ขออนุญาติตามหาพันธุ์ข้าว กข 41 และ กข 47

Zero Cattle
User offline. Last seen 5 years 23 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/03/2011
Posts: 480
Points: 0

ไม่ทราบว่ามีพี่ๆท่านใดอยู่แถว กำแพงเพชร สุโขทัย พิษณุโลก หรือจังหวัดอื่นที่ปลูกข้าวพันธุ์ กข 41 และ กข 47
บ้างครับ อยากได้มาปลูกไว้ทำพันธุ์ ซักอย่างละ 10-15 กก. พอดีขอซื้อจากบริษัทที่ขายเมล็ดพันธุ์เขาไม่มีแบ่งขาย
เขาขายกันเป็นตันๆครับ ถ้ามีช่วยแจ้งด้วยครับอยากได้มาปลูกในฤดูนาปีนี้ครับ หรือทิ้งเบอร์โทรไว้ก็ได้ครับ

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

ต้องขออภัย จขกท. ที่ทำให้เสียอารมณ์กับการอ่านความเห็นของผม

เพียงแต่ว่าคนที่เข้ามาอ่านกระทู้มีหลากหลายและจำนวนไม่น้อยอาจจะขาดประสบการณ์ในการทำนา

กข 41 และ กข 47 ถูกพัฒนาและคัดเลือกขึ้นที่พิษณุโลก จึงทำให้เป็นข้าวที่เหมาะสมต่อการเพาะปลูกในสภาพภูมิอากาศ แบบภาคเหนือตอนล่าง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเพาะปลูกในภาคกลางช่วงฤดูฝน

ข้อเด่นของข้าว 2 ตัวนี้
1. ต้นแข็ง และสั้น ทำให้ข้าวไม่ล้มจมน้ำ
2. ต้นแข็ง ทำให้แมลงไม่ชอบกัดกิน ทนต่อหนอน และ เพลี้ย ได้ดีมากๆ
3. ต้นสั้น ทำให้การตอบสนองต่อปุ๋ยเคมีไปที่ผลผลิตมากกว่าลำต้น
4. ผลผลิต Maximum สูงที่สุดในบรรดาข้าวที่มีในประเทศไทย คือ 1300 - 1500 กก. ต่อไร่
5. แตกกอดีมาก
6. รวงใหญ่ที่สุด
7. จำนวนเมล็ดต่อรวงสูงที่สุด
8. ทนแล้ง และไม่ชอบน้ำ ไม่ชอบนาขุม นาตม นาน้ำลึก นาน้ำแช่ทั้งฤดู

ข้อด้อยของข้าว 2 ตัวนี้
1. ต้นสั้น ทำให้ข้าวหนีน้ำไม่ทันในฤดูฝน ( เจ๊งกันมาแล้วกับน้ำท่วม )
2. ช่วงเวลาการตั้งท้องนาน ( หนักท้อง เบารวง ) ทำให้เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมท้อง ( เจ๊งกันมาแล้วกับน้ำท่วมท้อง ) ถึงแม้จะถูกท่วมแค่ไม่ถึง 36 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
3. ต้นสั้น ทำให้น้ำขึ้นแค่เล็กน้อยก็ถูกน้ำท่วมท้องได้ไม่ยากนัก
4. อายุการเก็บเกี่ยวนานมาก 130 - 140 วันทำให้ไม่สามารถเพาะปลูกได้เกินกว่า 2 ครั้งต่อปี
5. อายุการเก็บเกี่ยวนานมาก ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของฤดู ..... จากฤดูมรสุม ไปเป็น ฤดูลมพายุไซโคลน .... จากฤดูลมไซโคลน ไปเป็นฤดูลมตะวันออกเฉียงเหนือ ..... จากฤดูลมตะวันออกเฉียงเหนือ ไปเป็นฤดูหนาว ........ พลาดนิดเดียว ขาดทุนโลด .......

6. ไม่สู้นาน้ำแช่ หรือ นาเลนลึกๆ นาที่ให้น้ำสมบูรณ์ทั้งปี ..... มักจะทำให้เกิดโรค ขอบใบแห้ง กาบใบแห้ง โรคแห้ง โรคแมล็ดด่าง ได้ง่ายมากๆ ..... ชั่วแวบเดียวของการรอเก็บเกี่ยว ที่ข้าวเป็นน้ำนม ไม่ถึง 7 วันด้วยซ้ำ แต่ก็ส่งผลกระทบร้ายแรงมาก และมักจะแก้ไขไม่ทันกันแม้แต่รายเดียว .... เผลอแวบเดียวขาดทุนโลด ........
7. ไม่ชอบปุ๋ยอินทรีย์ เพราะจะเกิดเหตุหารณ์แบบเดียวกับข้อ 6. ( ไม่เคยมีใครทำนาอินทรีย์กับข้าวพันธุ์นี้แล้วรอดตายเลย )
8. ไม่ชอบปุ๋ย ไนโตรเจน และ กำมะถัน เพราะจะเจอแบบเดียวกับข้อ 6.
9. ไม่ชอบดินที่อุดมสมบูรณ์ เช่นเดียวกับข้อ 6.
10. ไม่ชอบการบำรุงและเอาใจใส่ตามหลักวิชาการ เพราะจะเจอแบบเดียวกับข้อ 6.

11. ชอบพื้นดินที่ค่อนข้างเสื่อโทรม แล้วให้ปุ๋ยเคมีตามช่วงจังหวะเวลาที่เหมาะสม จึงไม่สามารถทำนาอินทรีย์ได้
12. อ่อนแอต่อเชื้อโรคอย่างร้ายแรง ทำให้เลี่ยงที่ไม่ใช้สารเคมีไม่ได้เด็ดขาด ..... เผลอนิดเดียวขาดทุนโลด .....
13. ลำต้นสั้นทำให้โตหนีหญ้าไม่ทัน ( ถ้าคุมไม่ดี ) ..... แบบเดียวกับข้าวหอมญี่ปุ่น

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

14. ไม่ทนอากาศเย็นๆ ในช่วงเดือน ตุลาคม - เดือนกุมภาพันธ์ เพราะจะเจอแบบเดียวกับข้อ 6. และข้าวจะไม่โต
15. ไม่ชอบอากาศชื้นสูงๆ เพราะจะเจอแบบเดียวกับข้อ 6.
..............................
ปรกติจะลงมือเพาะปลูกกันช่วง เดือน มีนาคม - เดือนพฤษภาคม เท่านั้น ส่วนฤดูอื่น ไม่มีใครกล้าเพราะเจอกันมาจนเข็ด แล้ว

ห้ามลงมือเพาะปลูกในช่วงเดือน ตุลาคม - เดือนมกราคมโดยเด็ดขาด เพราะคุณจะเจ๊งทันที

..............................

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 5 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

พี่ ไพรัต ทำกับมือ ได้ยินกับหู เห็นกับตา หรือเปล่าครับพราะข้อมูลละเอียดมาก

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

การเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์

เนื่องด้วยข้าวที่เราเพาะปลูกกันทุกวันนี้เป็นข้าวลูกผสมที่ผสมข้ามสายพันธุ์ ในระดับ จีนัส กันเลยทีเดียว จึงทำให้ความคงตัวของสายพันธุ์ต่ำมากๆ ( แบบเดียวกับการทำงัวพันธุ์แท้ และลูกผสมนั่นแหละ แต่ร้ายแรงกว่าหลายเท่าตัว ) .............. อีกทั้งในการเพาะปลูกนั้นมีข้าวสายพันธุ์อื่นๆ และข้าววัชพืช อีกไม่น้อย ในกระบวนการผสมเกษร

ผลที่ได้คือ ผลก็คือเมื่อเพาะปลูก และเก็บไว้ทำพันธุ์ หลายๆรอบเข้า ข้าวจะแสดงลักษณะด้อยออกมาจนส่งผลต่อการผลิตอย่างร้ายแรงมาก

เกษตรกรจะไม่นิยมเก็บข้าวไว้ทำพันธุ์กันเอง แต่จะให้เกษตกรรายที่ทำหน้าที่ผลิตข้าวพันธุ์ขายทำหน้าที่นี้โดยตรง แล้วไปซื้อพันธุ์ข้าวจากเขาเสียมากกว่า ..... การผลิตข้าวพันธุ์นั้น เริ่มต้นจะใช้พันธุ์เริ่มต้นที่ผ่านการเก็บรักษา ตรวจสอบความคงตัวของสายพันธุ์เป็นอย่างดีแล้ว โดยศูณย์วิจัยที่ทำหน้าที่นี้โดยตรงผลิตข้าวพันธุ์ขึ้นมา ...... และเรียกข้าวพันธุ์ในระดับนี้ว่า พันธุ์ดัก ....... เป็นข้าวพันธุ์ที่คุณภาพดีที่สุด จะไม่ขายให้แก่เกษตรกร แต่จะแจกจ่ายให้กับศูณย์พัฒนาเมล็ดพันธุ์นำไปขยายต่ออีกทีนึง

ศูณย์พัฒนาเมล็ดพันธุ์จะนำ พันธุ์ดัก ไปขยายในรอบการเพาะปลูที่ 1 ( Crop Circle 1 ) หรือเรียกกันว่า ครอป 1 ..... จากนั้นนำมาแจกจ่ายให้แก่หน่วยของเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ ในสังกัด หรือเอกชน เกษตรกรที่จะผลิตเมล็ดพันธุ์ และทั้งหมดผ่านการอบรม ควบคุมคุณภาพ จากศูณย์เป็นอย่างดี นำเอา ครอป 1 ไปขยายเป็น ครอป 2 และอาจจะขายต่อไปเป็น ครอป 3 อีกก็ได้ เพื่อผลิตเมล็พันธุ์ขาย

เกษตรกรซื้อจะนำครอป 2 และครอป 3 ไปเพาะปลูก และขายทิ้งไปเป็นข้าวบริโภค โดยไม่นำกลับมาทำพันธุ์อีก ..... แต่ก็มีอยู่บ้างบางรายที่นำกลับมาเพาะปลูกอีก .... แต่ก็อย่างมากไม่เกิน ครอป 4 เท่านั้น เพราะถ้าถึง ครอป 5 จะเจอข้าวดีดทันที ..... อาจจะถึงกับเจ๊งได้

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

prasopchai wrote:
พี่ ไพรัต ทำกับมือ ได้ยินกับหู เห็นกับตา หรือเปล่าครับพราะข้อมูลละเอียดมาก

ได้ยินกับหูครับ ได้เห็นคาตาด้วยครับ และก็ทำเองด้วยครับ

ทดลอง 10 ไร่ เปรียบเทียกับ พันธุ์พิษณุโลก 2 อีก 10 ไร่ สู้พิษณุโลก 2 ไม่ได้ครับ ..... ตอนนี้เกษตรกรในภาคเหนือตอนล่างส่วนใหญ่ ไม่นิยม กข 41 ครับ แต่จะนิยม สุพรรณบุรี กับพิษณุโลก 2 แทน+

ปีที่แล้วบ้านผมน้ำท่วม กข 41 กข 31 กข 47 ไม่ได้กินเพราะน้ำท่วมท้อง แต่ พิษณุโลก และสุพรรณบุรี อยู่รอดได้ โดยสุพรรณบุรีให้ผลดีที่สุด

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

อ้อแถมอีกนิด กข 47 บ้านผมเราเรียกันว่า

สี่เข็ด ครับ เพราะทุกคนบอกว่าเข็ดจนตาย ไม่เอาอีกแล้ว ....... ตัวนี้ถ้าผิดฤดูกาล จะเป็นข้าวดีด ร่วงหมดรวงก่อนจะเก็บเกี่ยว ครับ

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

Zero Cattle
User offline. Last seen 5 years 23 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/03/2011
Posts: 480
Points: 0

Laughing out loud ขอบคุณมากครับสำหรับข้อมูล เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับมือใหม่
แล้วพอมีพันธุ์ไหนแนะนำสำหรับภาคอีสานตอนบนไหมครับ แบบนาชลประทาน
ไม่มีปัญหาน้ำท่วม สามารถควบคุมระดับน้ำได้ดี ต้องการพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงพอควร
ตอบสนองต่อปุ๋ยดี ทนโรค ง่ายต่อการดูแล ไม่สนใจความนิ่มของข้าว
เพราะส่วนนี้จะทำไว้สำหรับเลี้ยงไก่ เนื่องจากปกติปลูกเหนียวสันป่าตอง
ได้ผลผลิตต่ำไม่พอใช้สำหรับเลี้ยงไก่ครับ Big smile

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 4 years 47 weeks ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ ข้าวที่ปลูกผลผลิตต่ำไม่พอเลี้ยงไก่
ผมว่าพี่ต้องเอาเรื่องไก่มาลงแล้วหล่ะครับ แบบนี้เลี้ยงไม่ใช่น้อยๆเลย

เอามาเล่าให้เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆครับ ชาววัวชอบเลี้ยงไก่หลายรายเลย

อ้อ เรื่องแก๊สชีวภาพก็อยากดูครับ แต่อดใจรอผลอีกซักระยะก่อน
(ที่จริงอ้างน่ะครับ ช่วงนี้ลงมือทำหลายอย่าง หาทุนมาลงแทบจะไม่ทันแล้ว ฮ่า ฮ่า)

Big smile

ปล. กระทู้นี้ ข้อมูลแน่นดีครับ สักวันคงได้ไปดูของจริง ทั้งแก๊สชีวภาพพี่หมอ ทั้งนาพี่โกย สักวัน ๆ ๆ ๆ .....

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

Zero Cattle
User offline. Last seen 5 years 23 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/03/2011
Posts: 480
Points: 0

Laughing out loud Laughing out loud เลี้ยง(ไก่)ไม่มากหรอกครับพี่ไก่ เลี้ยงพอติดบ้านไว้เล็กๆน้อยๆ พ่อเป็นคนเลี้ยงครับ
แกชอบของแก ที่บอกข้าวไม่พอเลี้ยงไก่เพราะปกติทำนาปีละครั้งบนพื้นที่จำกัด ข้าวที่ปลูก
จึงใช้ทั้งเป็นอาหารคนและอาหารไก่เลยไม่ค่อยจะพอใช้จนถึงสิ้นปีครับ จะดีหน่อยก็ปีนี้ที่ได้ทำนาสองรอบ
แต่ปีต่อๆไปมันไม่แน่ครับอาจจะแล้งและไม่มีน้ำพอสำหรับทำนาปรัง การเลยพยายามปรับตัวตั้งรับสถานะการณ์ครับ
Laughing out loud Laughing out loud ส่วนก๊าซชีวภาพก็เริ่มได้ใช้แล้ว แต่ช่วงนี้ฝนตกบ่อยทำให้เก็บขี้วัวมาใส่บ่อยากหน่อย
บริมาณก๊าซจึงใช้ได้ไม่ค่อยเต็มที่นักครับ

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 2 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

ภาคอีสานเหนือ กับ ภาคเหนือตอนล่าง ภูมิอากาศถอดแบบกันมาเลยครับ ต่างกันแค่ภาคเหนือมีแม่น้ำใหลผ่านถึง 4 สาย และมีเขื่อนขนาดใหญ่ 2 เขื่อน ขนาดเล็กอีกเท่าไหร่ไม่ทราบเหมือนกัน ...... อ้อ แล้วก็น้ำจะไหลจากภาคเหนือตอนบนผ่านมาทางภาคเหนือตอนล่างทำให้มีน้ำได้เก็บเกี่ยวเยอะพอสมควร แต่อีสานตอนบน น้ำจะเริ่มไหลจากที่นี่ จึงมีแค่น้ำที่เกิดจากที่นี่เท่านั้น

ภาคเหนือตอนล่าง ถ้าลงมือเพาะปลูก เดือน มีนาคม - เดือนมิถุนายน จะนิยม พิษณุโลก 2 สำหรับนาทั่วไป ...... ส่วนนาบนไร่ และนาเชิงเขา ได้ผลดีมาก .....
ช่วงเวลาหลังจากนั้น แนะนำ สุพรรณบุรี 3 - 4 ให้ผลผลิตดีเช่นกัน เพราะทนโรคได้ดีกว่าพิษณุโลก ..... ซึ่งช่วงเวลาเหล่านี้ พิษณุโลกจะให้ผลผลิตแย่หน่อยเพราะ ป่วยง่าย สภาพอากาศไม่เหมาะสม ....

ถ้าทำนาแค่ปีละ 2 หน และไม่เร่งช่วงเวลาเท่าไหร่นัก และนำ กข 31 จะดีกว่าเพราะให้ผลผลิต เกือบไกล้เคียง กข 41 เลยทีเดียว อีกทั้งทนโรค ได้ดีพอๆกับสุพรรณบุรี แต่อายุการเก็บเกี่ยวนานไปหน่อย ทำให้เพาะปลูกได้อย่างมากแค่ปีละ 2 ครั้งเท่านั้น

สุพรรณบุรี ในนาน้ำลึก ต้องระวังเรื่องลำต้นอ่อนและยาว หากเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูฝน ซึ่งมีฝนตก และลมพัดแรงๆ มักจะทำให้ ข้าวล้มจมน้ำ เสียหายหนักได้ อาจจะไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้เลย ..... จึงไม่นิยมเพาะปลูกช่วง เดือนมีนาคม - เดือน มิถุนายน

.......................................................
แนะนำ ถ้าทำนาปีละแค่ 2 หน ข้าวที่ได้ผลผลิตดีที่สุดคือ กข 41 และ กข 47 แต่ต้องมีประสบการณ์สูงมากๆ ชั่วโมงบินแบบมือสมัครเล่น เทียบไม่ติด และต้องนอนเฝ้าข้าวตลอดเวลา เพื่อสังเกตุอาการผิดปรกติต่างๆให้ได้ทันเวลา

ถ้ามือไม่เก่งนัก และคิดจะทำนาแค่ปีละ 2 ครั้งเท่านั้น แนะนำ กข 31 ให้ผลผลิตรองลงมาหน่อย แต่ ทนโรค แมลงได้ดี ไม่เสี่ยงมาก ...... แต่ต้องระวังเรื่องความมันคงของแหล่งน้ำด้วย เพราะข้าวอายุยาวๆ จะมีปัญหาเรื่องแหล่งน้ำหมดก่อนที่จะได้เก็บเกี่ยวข้าว ...

.... ส่วนใหญ่เกษตรกรเขตภาคเหนือ จึงไม่นิยมข้าวอายุยาวๆ ( พวก ปทุมธานีทั้งหลาย ) เพราะอาจจะเดี้ยงเนื่องจาก ฝนทิ้งช่วง ( อันนี้สยองมาก เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ) หรือแหล่งน้ำหมดก่อนข้าวเก็บเกี่ยวได้ ( อันนี้ประเมินปริมาณน้ำก่อนลงมือได้ ) ...... ดังนั้นต่อให้ทำแค่ปีละ 2 หนเราก็จะเลือกพิษณุโลก และ สุพรรณบุรี เท่านั้น ปิดประตูตายไว้ก่อนปลอดภัยดีที่สุด

ถ้าจะทำนาปีละ 3 หน ก็ต้องพิษณุโลก แต่ห้ามเพาะปลูกนอก เดือนมีนาคม - มิถุนายน ..... ช่วงเวลาหลังจากนั้นก็ต้องเป็นสุพรรณบุรี 3 และ 4

ถ้าจะทำนาปีละ 4 หน ก็ต้อง กข 29 เพราะเก็บเกี่ยวที่ 100 วันเท่านั้น แต่ผลผลิตไม่ดีเท่าไหร่ เปรียบเทียบต้นทุนการผลิตแล้ว สู้ทำนาปีละ 3 หนไม่ได้

.......................................................
ปีนี้ สุดยอดอากาศดีมากๆ ทุกๆอย่างลงตัวดีมาก ..... ข้าวที่ได้ขายจำนำกันอยู่ ตอนนี้ ได้ผลผลิต ไม่มีใครต่ำกว่า 1 ตันกันเลยแม้แต่รายเดียว บางรายได้ถึง 1300 กกต่อไร่กันเลย
......................................................
Ps. เลี้ยงไก่ในคอกงัว เป็นการจัดการสิ่งแวดล้อมด้วยธรรมชาติ แบบไม่ต้องลงทุนมากนัก และได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากครับ ...... คอกงัวผมไม่มีเหลือบ แมลงวัน และเห็บเลย ทั้งปี ไม่ต้องใช้สารเคมีเลย โดยเฉพาะเห็บ ไก่เก็บกินไม่เหลือ งัวไม่มีเห็บแม้แต่ตัวเดียวโดยไม่เคยใช้สารเคมีเลย ..... หนอนแมลงวัน และหนอนเหลือบ ไก่ก็เก็บกินไม่เหลือ

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

Counter

  • Visitor Count: 96,498