143 replies [Last post]
ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 5 years 1 week ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

ผมอยากให้เวบนี้ เป็นที่ให้ความรู้และข้อมูลที่ตรงไปตรงมากับคนอ่านให้มากที่สุดครับ
ผมว่าคนอ่าน ถ้าเข้าเนทได้ คงคิดได้เยอะพอสมควร

เอาง่ายๆ แค่ลองถามดูก็ได้ครับ (ที่จริงว่าจะไม่ตอบกระทู้นี้แล้วเชียว เบื่อมาก)
ลองถามกันดูว่า กรรมการชมรม หรือ ใครที่เชียร์ๆ วัวพันธุ์นี้กันอยู่ มีลูกที่เกิดที่ฟาร์มตัวเองจริงๆ กันกี่ตัวครับ
ของผมน่ะลองมาเกือบ2ปี ที่คลอดมาจะมีร่วม 20-30ตัวแล้ว และมีคำตอบให้ตัวเองชัดเจนแล้ว (คำตอบเฉพาะฟาร์มผมเอง)

น้องขวัญล่ะ ผสมไปได้กี่ตัวแล้ว มีแม่เตรียมไว้ผสมกี่ตัวแล้ว วางแผนการตลาดไว้ยังไง
เอามาเล่าเป็นวิทยาทานให้เพื่อนๆที่เขาอยากรู้อยากลอง ฟังกันบ้างซิครับ
สังคมแห่งการแบ่งปันมันน่าจะช่วยให้โลกนี้สดใสครับ

Laughing out loud

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

nars wrote:


แต่ก็ยังเสี่ยงถ้าตัวอย่างมันน้อย หรือข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัวร์จริง
(เช่น โดนโฆษณาเกินจริง ปิดส่วนไม่ดีเปิดให้ดูแต่ตัวอย่างที่ดี หรือหนักหน่อยก็บิดเบือนข้อมูลเลย)

เห็นด้วยกับพี่ไก่ครับ ว่าการโฆษณาเกินจริง หรือการบิดเบือนข้อมูลเป็นพฤฒิกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่สร้างสรรค์ ยกตัวอย่างที่พี่โกยแนบเข้าใจผิดเรื่องพี่พูลลาภเลิกผลิตโลว์ไลน์นั้น ในความเป็นจริงแล้ว พี่พูลลาภ ตั้งใจผลิตวัวเฟรมเล็กที่ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยลงด้วยซ้ำไป และลูกโลว์ไลน์พึ่งเกิดเมื่อเดือนก่อนก็มี ผสมไปอีกก็มาก ใครอยากทราบข้อเท็จจริงลองอ่านโคบาลแม็กกาซีนเล่มล่าสุดกันดู หรือสอบถามที่พี่พูลลาภโดยตรงได้เลยครับ

ขอบคุณมากครับกับข้อมูลที่ผมเข้าใจผิดไป และต้องขอโทษที่ให้ข้อมูลผิดๆไปทำให้เกิดความเสียหายขึ้น

nars wrote:

เห็นด้วยกับพี่สุชาติครับ การทำเกษตรกรรม ต้องต่อสู้กับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนก็หนักหนาเอาการแล้ว หากเหนื่อยตรากตรำเสียสละแบบพี่สุชาติ ต้องมาพบกับการทำลายกันเองของคนทำอาชีพเกษตรกรรมด้วยกันมันน่าท้อใจ หากคนไทยเป็นแบบนี้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าได้ยากสุดท้ายประเทศที่มีพลเมืองแบบนี้ไม่สิ้นชาติก็ล้าหลังเขา มาช่วยกันในเชิงสร้างสรรค์ดีกว่าครับ

แต่ก็ยังเสี่ยงถ้าตัวอย่างมันน้อย หรือข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัวร์จริง
(เช่น โดนโฆษณาเกินจริง ปิดส่วนไม่ดีเปิดให้ดูแต่ตัวอย่างที่ดี หรือหนักหน่อยก็บิดเบือนข้อมูลเลย)

มองในมุมคนทำงาน ก็หนักใจ และเข้าใจครับ ว่าตั้งใจทำงานแล้วมีคนพูดไม่ดี ( ผมก็คนหนึ่งที่เคยทำแบบ ประสบชัย มาก่อน )

แต่ถ้ามองในมุมคนที่ลงทุนกับสิ่งไดสิ่งหนึ่ง และได้รับข้อมูล มาจากแหล่งต่างๆนั้น เรื่องธรรมดาที่ต้องศึกษาให้ทุกๆด้านก่อนจะตัดสินใจ และก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกันว่าเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องมีคำถามตามมาเช่นกัน

...............................................................................................................

ผมเป็นคนนอก แค่มองดูแล้วก็วิจารย์เท่านั้น ........ แต่ขอวิจารย์คนที่เกี่ยวข้องกับโลวไลน์โดยตรงอีกทีละกัน ( จะด่าว่าผมเป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำก็ยอม ) ...... แต่ผมไม่ขอเข้าไปยุ่งประเด็นที่ คุณ summer cottage พูดนะครับ เพราะผมเป็นแค่คนนอกไม่รู้ข้อมูลอะไรทั้งนั้น

ผมว่าผมเข้าใจ หัวอก คุณประสบชัย นะ ( เพราะครั้งนึงผมก็เคยเป็นแบบนี้ กับการตัดสินใจกับ โลวไลน์ )

ผมว่า พวกคนที่เกี่ยวข้องกับโลวไลน์ ไม่เข้าใจชาวบ้าน และ คิดแบบคนเมือง หรือ มนุษย์เงินเดือน ที่ไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงของการลงทุน มากไปหรืเปล่า สำหรับชาวบ้านแล้วเขาไม่ว่าอะไรหรอกกับการให้ข้อมูลในทุกๆด้าน และเขาก็ไม่คิดแบบคนเมืองหรอก ว่า ถ้าได้ข้อมูลที่ไม่ดีนิดๆหน่อยๆ แล้วจะทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งนั้นไม่ดี และจะมองข้ามของสิ่งนั้นไปเลย

สำหรับเราชาวบ้านแล้ว การได้เจอปัญหาและเอาปัญหามาเล่าสู่กันฟัง คือเรื่องที่ดี และนี่คือประสบการณ์ ที่จะมาแชร์กัน เป็นภูมิคุ้มกันเรื่องร้ายๆที่จะเกิดขึ้น ถ้าคนนึงเล่าว่าเขาเจอเรื่องแบบนี้ และเล่าว่าเขาแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ เราก็จะได้เรียนรู้ไปกับเขาและจำไว้ จะได้ไม่เจอแบบเขา ............ นี่คือวิธีเรียนรู้กันแบบบ้านๆ

แต่เท่าที่เจอ พวก salary man ที่ออกมาเป็นเกษตรกรนั้น พบว่าเขาจะเรียนรู้จากความสำเร็จของใครคนหนึ่ง แล้วปักธงไปที่ความสำเร็จแบบนั้นทันที ....... แบบในปี 2544 ที่ salary man กลุ่มหนึ่งลาออกงานมาเลี้ยงงัว แล้วทำฟาร์มตามคนที่สำเร็จนำหน้าไปแล้ว .... แต่ไม่ได้เรียนภูมิคุ้มกันเรื่องความผิดพลาด สุดท้ายก็ผิดพลาดกันทั้งระบบ เพราะ ขาดภูมิคุ้มกัน .....

การตอบคำถาม ที่ว่า งัวขายที่ใหน แล้วตอบว่า งัวนี้เป็นแค่ทางเลือกหนึ่ง ให้ตัดสิน ตลาดยังไม่ชัดเจน แต่มีข้อมูลเรื่องมาให้ และบอกว่า ตลาดนั้น ตลาดนี้ ขายได้สบาย แต่ตลาดนี้ ยังไม่แน่ รอพิสูจน์อยู่ อีกสักพักจะมีคำตอบให้ หรืออะไรทำนองนี้อย่างชาวบ้านเขาคุยกัน แค่เนี๊ย ทำไม่ได้หรือไง ..... ผมว่าชาวบ้านเขาไม่ว่าอะไรหรอกนะ .... กับการตอบคำถามแบบตรงๆ .....

ถ้าถามถึงข้อมูลเบื้องต้น แล้วตอบไม่ได้
แค่พูดว่า...... เราเองก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก แต่งัวนี้มีข้อดี ( อย่างนั้น อย่างนี้ ก็ว่าไปเท่าที่หาได้ ) ....... เมื่อถามถึงข้อด้อย หากรู้แค่ใหน ก็ตอบแค่นั้น ถ้าตอบไม่ได้ก็ บอกว่า ข้อมูลเรายังไม่เพียงพอที่จะตอบ และจะพายายามศึกษาอยู่ หรือบอกว่าเรากำลังทำการทดลองอยู่ ....... ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ........ ผมว่าไม่เห็นผิดอะไรเลย ..... และจะดูจริงใจมากกว่า ที่เป็นอยู่นี้มากๆ ......

ไม่ใช่ว่า พอตอบคำถามไม่ได้ ก็เดินหนีกันเฉยๆเสียงั้น หรือ ไม่ก็นั่งนิ่งแล้วปล่อยให้มันผ่านไป ..... พอเขาคาดคั้นให้ตอบคำถามที่ตัวเองยังไม่มีข้อมูล และกำลังศึกษาอยู่ ยังมีข้อมูลไม่มาก ดันเจือก ตอบกลับมาว่า ...... โจมตีกันอยู่ได้ ........ จริงใจหรือเปล่า ..... เอานิทานเรื่องป้ายสองหน้ามาให้อ่านเล่นซะงั้น..........

......................................................................................

พฤติกรรมแบบที่ พูดแต่ข้อดี จนทำให้สินค้าแลดูเป็นของเทวดาสงมาจากสวรรค์ แล้วเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามถึงข้อด้อยและปัญหาที่เกิด มันเป็นพฤติกรรมของพวกพ่อค้า นายทุนเห็นแก่ตัวที่คิดแต่จะขายของเอากำไร แล้วชิ่งหนีลูกค้าเมื่อเกิดปัญหา

................................................................................................

............. งัวทุกตัวมีข้อด้อยและข้อดี ..... จุดแข็งของมันมีเยอะแยะมากมาย ..... จุดอ่อนก็พอมีอยู่บ้าง ชาวบ้านเขาไม่ว่าอะไรหรอก ...... ดีเสียอีกถ้าจริงใจจะตอบคำถามกัน ถ้าตอบไม่ได้ก็ว่ากันไปตรงๆ แลดูจริงใจมากกว่านี้เยอะ ....... ถ้าคิดจะจริงใจอยู่กับชาวบ้าน ..... ก็ต้องคิดแบบบ้านๆ ..... สลัดวิถีคิดแบบ คนเมืองออกให้หมด ไม่งั้นปัญหานี้จะตามมาไม่หยุด หรือไม่ก็ จะหยุดเผยแพร่ ส่งเสริมการเลี้ยงงัวนี้ไปเสีย แบบนี้ก็จะจบไปเอง

...............................................................................................

ผมรับรองว่าถ้ายังมีวิถีคิดกันแบบนี้อยู่ ...... คนที่ 3 ก็จะตามมา และก็จะมีคนที่ 4 - 5 - 6 ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะชาวบ้านที่มีวิถีคิดแบบนี้ คือคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ ( อิอิ ผมเป็นคนแรกครับ )

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

kwan
User offline. Last seen 7 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 12/12/2010
Posts: 70
Points: 0

Markonikove wrote:
nars wrote:


แต่ก็ยังเสี่ยงถ้าตัวอย่างมันน้อย หรือข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัวร์จริง
(เช่น โดนโฆษณาเกินจริง ปิดส่วนไม่ดีเปิดให้ดูแต่ตัวอย่างที่ดี หรือหนักหน่อยก็บิดเบือนข้อมูลเลย)

เห็นด้วยกับพี่ไก่ครับ ว่าการโฆษณาเกินจริง หรือการบิดเบือนข้อมูลเป็นพฤฒิกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่สร้างสรรค์ ยกตัวอย่างที่พี่โกยแนบเข้าใจผิดเรื่องพี่พูลลาภเลิกผลิตโลว์ไลน์นั้น ในความเป็นจริงแล้ว พี่พูลลาภ ตั้งใจผลิตวัวเฟรมเล็กที่ใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อยลงด้วยซ้ำไป และลูกโลว์ไลน์พึ่งเกิดเมื่อเดือนก่อนก็มี ผสมไปอีกก็มาก ใครอยากทราบข้อเท็จจริงลองอ่านโคบาลแม็กกาซีนเล่มล่าสุดกันดู หรือสอบถามที่พี่พูลลาภโดยตรงได้เลยครับ

ขอบคุณมากครับกับข้อมูลที่ผมเข้าใจผิดไป และต้องขอโทษที่ให้ข้อมูลผิดๆไปทำให้เกิดความเสียหายขึ้น

nars wrote:

เห็นด้วยกับพี่สุชาติครับ การทำเกษตรกรรม ต้องต่อสู้กับดินฟ้าอากาศที่แปรปรวนก็หนักหนาเอาการแล้ว หากเหนื่อยตรากตรำเสียสละแบบพี่สุชาติ ต้องมาพบกับการทำลายกันเองของคนทำอาชีพเกษตรกรรมด้วยกันมันน่าท้อใจ หากคนไทยเป็นแบบนี้บ้านเมืองก้าวไปข้างหน้าได้ยากสุดท้ายประเทศที่มีพลเมืองแบบนี้ไม่สิ้นชาติก็ล้าหลังเขา มาช่วยกันในเชิงสร้างสรรค์ดีกว่าครับ

แต่ก็ยังเสี่ยงถ้าตัวอย่างมันน้อย หรือข้อมูลที่ได้ยังไม่ชัวร์จริง
(เช่น โดนโฆษณาเกินจริง ปิดส่วนไม่ดีเปิดให้ดูแต่ตัวอย่างที่ดี หรือหนักหน่อยก็บิดเบือนข้อมูลเลย)

มองในมุมคนทำงาน ก็หนักใจ และเข้าใจครับ ว่าตั้งใจทำงานแล้วมีคนพูดไม่ดี ( ผมก็คนหนึ่งที่เคยทำแบบ ประสบชัย มาก่อน )

แต่ถ้ามองในมุมคนที่ลงทุนกับสิ่งไดสิ่งหนึ่ง และได้รับข้อมูล มาจากแหล่งต่างๆนั้น เรื่องธรรมดาที่ต้องศึกษาให้ทุกๆด้านก่อนจะตัดสินใจ และก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกันว่าเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วก็ต้องมีคำถามตามมาเช่นกัน

...............................................................................................................

ผมเป็นคนนอก แค่มองดูแล้วก็วิจารย์เท่านั้น ........ แต่ขอวิจารย์คนที่เกี่ยวข้องกับโลวไลน์โดยตรงอีกทีละกัน ( จะด่าว่าผมเป็นพวกมือไม่พายเอาเท้าราน้ำก็ยอม ) ...... แต่ผมไม่ขอเข้าไปยุ่งประเด็นที่ คุณ summer cottage พูดนะครับ เพราะผมเป็นแค่คนนอกไม่รู้ข้อมูลอะไรทั้งนั้น

ผมว่าผมเข้าใจ หัวอก คุณประสบชัย นะ ( เพราะครั้งนึงผมก็เคยเป็นแบบนี้ กับการตัดสินใจกับ โลวไลน์ )

ผมว่า พวกคนที่เกี่ยวข้องกับโลวไลน์ ไม่เข้าใจชาวบ้าน และ คิดแบบคนเมือง หรือ มนุษย์เงินเดือน ที่ไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงของการลงทุน มากไปหรืเปล่า สำหรับชาวบ้านแล้วเขาไม่ว่าอะไรหรอกกับการให้ข้อมูลในทุกๆด้าน และเขาก็ไม่คิดแบบคนเมืองหรอก ว่า ถ้าได้ข้อมูลที่ไม่ดีนิดๆหน่อยๆ แล้วจะทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งนั้นไม่ดี และจะมองข้ามของสิ่งนั้นไปเลย

สำหรับเราชาวบ้านแล้ว การได้เจอปัญหาและเอาปัญหามาเล่าสู่กันฟัง คือเรื่องที่ดี และนี่คือประสบการณ์ ที่จะมาแชร์กัน เป็นภูมิคุ้มกันเรื่องร้ายๆที่จะเกิดขึ้น ถ้าคนนึงเล่าว่าเขาเจอเรื่องแบบนี้ และเล่าว่าเขาแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ เราก็จะได้เรียนรู้ไปกับเขาและจำไว้ จะได้ไม่เจอแบบเขา ............ นี่คือวิธีเรียนรู้กันแบบบ้านๆ

แต่เท่าที่เจอ พวก salary man ที่ออกมาเป็นเกษตรกรนั้น พบว่าเขาจะเรียนรู้จากความสำเร็จของใครคนหนึ่ง แล้วปักธงไปที่ความสำเร็จแบบนั้นทันที ....... แบบในปี 2544 ที่ salary man กลุ่มหนึ่งลาออกงานมาเลี้ยงงัว แล้วทำฟาร์มตามคนที่สำเร็จนำหน้าไปแล้ว .... แต่ไม่ได้เรียนภูมิคุ้มกันเรื่องความผิดพลาด สุดท้ายก็ผิดพลาดกันทั้งระบบ เพราะ ขาดภูมิคุ้มกัน .....

การตอบคำถาม ที่ว่า งัวขายที่ใหน แล้วตอบว่า งัวนี้เป็นแค่ทางเลือกหนึ่ง ให้ตัดสิน ตลาดยังไม่ชัดเจน แต่มีข้อมูลเรื่องมาให้ และบอกว่า ตลาดนั้น ตลาดนี้ ขายได้สบาย แต่ตลาดนี้ ยังไม่แน่ รอพิสูจน์อยู่ อีกสักพักจะมีคำตอบให้ หรืออะไรทำนองนี้อย่างชาวบ้านเขาคุยกัน แค่เนี๊ย ทำไม่ได้หรือไง ..... ผมว่าชาวบ้านเขาไม่ว่าอะไรหรอกนะ .... กับการตอบคำถามแบบตรงๆ .....

ถ้าถามถึงข้อมูลเบื้องต้น แล้วตอบไม่ได้
แค่พูดว่า...... เราเองก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรมาก แต่งัวนี้มีข้อดี ( อย่างนั้น อย่างนี้ ก็ว่าไปเท่าที่หาได้ ) ....... เมื่อถามถึงข้อด้อย หากรู้แค่ใหน ก็ตอบแค่นั้น ถ้าตอบไม่ได้ก็ บอกว่า ข้อมูลเรายังไม่เพียงพอที่จะตอบ และจะพายายามศึกษาอยู่ หรือบอกว่าเรากำลังทำการทดลองอยู่ ....... ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ........ ผมว่าไม่เห็นผิดอะไรเลย ..... และจะดูจริงใจมากกว่า ที่เป็นอยู่นี้มากๆ ......

ไม่ใช่ว่า พอตอบคำถามไม่ได้ ก็เดินหนีกันเฉยๆเสียงั้น หรือ ไม่ก็นั่งนิ่งแล้วปล่อยให้มันผ่านไป ..... พอเขาคาดคั้นให้ตอบคำถามที่ตัวเองยังไม่มีข้อมูล และกำลังศึกษาอยู่ ยังมีข้อมูลไม่มาก ดันเจือก ตอบกลับมาว่า ...... โจมตีกันอยู่ได้ ........ จริงใจหรือเปล่า ..... เอานิทานเรื่องป้ายสองหน้ามาให้อ่านเล่นซะงั้น..........

......................................................................................

พฤติกรรมแบบที่ พูดแต่ข้อดี จนทำให้สินค้าแลดูเป็นของเทวดาสงมาจากสวรรค์ แล้วเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามถึงข้อด้อยและปัญหาที่เกิด มันเป็นพฤติกรรมของพวกพ่อค้า นายทุนเห็นแก่ตัวที่คิดแต่จะขายของเอากำไร แล้วชิ่งหนีลูกค้าเมื่อเกิดปัญหา

................................................................................................

............. งัวทุกตัวมีข้อด้อยและข้อดี ..... จุดแข็งของมันมีเยอะแยะมากมาย ..... จุดอ่อนก็พอมีอยู่บ้าง ชาวบ้านเขาไม่ว่าอะไรหรอก ...... ดีเสียอีกถ้าจริงใจจะตอบคำถามกัน ถ้าตอบไม่ได้ก็ว่ากันไปตรงๆ แลดูจริงใจมากกว่านี้เยอะ ....... ถ้าคิดจะจริงใจอยู่กับชาวบ้าน ..... ก็ต้องคิดแบบบ้านๆ ..... สลัดวิถีคิดแบบ คนเมืองออกให้หมด ไม่งั้นปัญหานี้จะตามมาไม่หยุด หรือไม่ก็ จะหยุดเผยแพร่ ส่งเสริมการเลี้ยงงัวนี้ไปเสีย แบบนี้ก็จะจบไปเอง

...............................................................................................

ผมรับรองว่าถ้ายังมีวิถีคิดกันแบบนี้อยู่ ...... คนที่ 3 ก็จะตามมา และก็จะมีคนที่ 4 - 5 - 6 ไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะชาวบ้านที่มีวิถีคิดแบบนี้ คือคนส่วนใหญ่ของประเทศครับ ( อิอิ ผมเป็นคนแรกครับ )


ขอบคุณมากครับกับข้อมูลที่ผมเข้าใจผิดไป และต้องขอโทษที่ให้ข้อมูลผิดๆไปทำให้เกิดความเสียหายขึ้น


ไม่ทราบย่อมไม่ผิดครับพี่โกยแนบ ตัวผมเองก็พึ่งเลี้ยงวัวต้องอาศัยขอความรู้และประสบการณ์จากพี่โกยแนบอีกเยอะครับ เล่าให้ฟังเพิ่มนิดครับ ปัจจุบันพี่พูลลาภมุ่งผลิตวัวเฟรมเล็กและไม่เลิกผลิตโลว์ไลน์
การตอบคำถาม ที่ว่า งัวขายที่ใหน แล้วตอบว่า งัวนี้เป็นแค่ทางเลือกหนึ่ง ให้ตัดสิน ตลาดยังไม่ชัดเจน แต่มีข้อมูลเรื่องมาให้ และบอกว่า ตลาดนั้น ตลาดนี้ ขายได้สบาย แต่ตลาดนี้ ยังไม่แน่ รอพิสูจน์อยู่ อีกสักพักจะมีคำตอบให้ หรืออะไรทำนองนี้อย่างชาวบ้านเขาคุยกัน แค่เนี๊ย ทำไม่ได้หรือไง ..... ผมว่าชาวบ้านเขาไม่ว่าอะไรหรอกนะ .... กับการตอบคำถามแบบตรงๆ
ส่วนเรื่องตลาดของลูกผสมโลว์ไลน์ที่พี่โกยแนบถาม ผมมีข้อมูลล่าสุดเมื่อ 2 อาทิตย์ก่อนพี่พูลลาภขายลูกผสมโลว์ไลน์ตัวผู้ให้คุณหนุ่ม ในราคาก.ก.ละ 80 บาท ถือว่าราคาดีมาก คุณหนุ่มเคยเอาลูกผสมโลว์ไลน์ไปขุนมาแล้วคุณหนุ่มมีบุชเชอร์ชอบที่พัทยา และ เมืองทอง ตลาดเป็นอย่างไรแกไม่พลาดแน่! พอพี่พูลลาภมีลูกผสมขายแกจึงไม่ยอมพลาดโอกาส วัวพันธ์ไหนดีไม่ดีอย่างไร จะขายได้ไหม ต้องถามคนขุนวัวว่าจะซื้อไหม ถ้าถามผมคงตอบไม่ได้เพราะผมไม่ได้เป็นคนขุนวัวคอกวัวแบบมาตรฐานก็ยังไม่เรียบร้อย ปัจจุบันเจ้าyes yes yes เจอพายุฤดูร้อนทำให้คอกแฉะต้อง นอนกลางแปลงหญ้าตากแดดตากฝน ได้อย่างอยู่ดีมีสุข ถ้าคนเลี้ยงวัวมือใหม่อย่างผม เลี้ยงเลือดร้อย4ตัวแบบปล่อยแปลง ก่อนหน้านี้ ก็กินหญ้าตามคันนา ไม่เสริมอาหารข้นได้ เกษตรกรคนอื่นก็ย่อมสามารถเลี้ยงวัวลูกผสมโลว์ไลน์แองกันได้ ส่วนเรื่องตลาดและรายละเอียดการขุนต้องถามคนขุนวัวอย่างพี่สุชาติครับพี่โกยแนบ Laughing out loud

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 11 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

ขอถามนิดครับพูลลาภฟาร์มตอนนี้มีวัวโลไลหย่านมเหลืออยู่กี่ตัวครับ

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 11 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

Zero Cattle wrote:
Zero Cattle wrote:
Smile Smile ทำไมต้องเลี้ยงโลว์ไลน์ เป็นคำถามที่น่าสนใจ ชวนคิดและต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน
Laughing out loud Laughing out loud ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจวัวพันธุ์นี้และเริ่มลงมือทำไปบ้างแล้ว
Big smile Big smile อธิบายไม่ค่อยเก่งแต่ขอเปรียบเทียบ 2 สถานะการณ์กับวัว 3 สายพันธุ์ ดังนี้ครับ
สถานะการณ์ที่ 1

มีพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกหญ้าจักรพรรดิ์ มีระบบน้ำอย่างดี มีการดูแลแปลงหญ้าใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี
ได้ผลผลิตสดประมาณ 40,000 กก./ปี เลี้ยงวัวแบบขังคอก ตัดหญ้าให้กิน 100 %

สายพันธุ์ น้ำหนักตัวเฉลี่ย (กก.) กินหญ้า/วัว (กก.) จำนวนที่เลี้ยงได้ (ตัว) ราคาลูกวัวเมื่อหย่านม (บาท) รายรับรวม/ปี (บาท)

ลูกผสมบราห์มัน.....400................30-35...........................3..........................15,000.................... 45,000
ลูกผสมโลว์ไลน์.....300............... 20-25........................... 5.........................12,000.................... 60,000
วัวไทยพื้นเมือง..... 250................18-20........................... 5............................8,000.....................40,000

สถานะการณ์ที่ 2

ไม่มีพื้นที่ทำแปลงหญ้า มีที่สาธารณะสำหรับปล่อยเลี้ยงบ้างตามสมควร หญ้าส่วนใหญ่เป็นหญ้าคุณภาพต่ำ
ทำการเลี้ยงวัว 3 สายพันธุ์และจำนวนเท่ากับสถานะการณ์ที่ 1

ลูกผสมบราห์มัน จำนวน 3 ตัว ให้ลูกวัวเฉลี่ย 2 ตัว/ปี (ให้ลูกปีเว้นปีเพราะอาหารไม่สมบูรณ์) จะมีรายรับรวม 30,000 บาท/ปี
ลูกผสมโลว์ไลน์ จำนวน 5 ตัว คิดว่าคงไม่ให้ผลผลิต บางตัวโทรมมากอาจเกิดการสูญเสีย(ความคิดเห็นส่วนตัว)
ทำให้ไม่ไม่มีรายรับแต่อาจจะติดลบเพราะสูญเสียวัวบางตัว
วัวไทยพื้นเมือง จำนวน 5 ตัว ให้ลูกได้ตามปกติ จึงมีรายรับรวมใกล้เคียงกับกรณีแรก(อาจจะต่างกันบ้างถ้าวัวผอม)

จากทั้ง 2 กรณี จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันถ้ามีวิธีเลี้ยงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะโลว์ไลน์จะเห็นได้อย่างชัดเจน

ปล.ทั้ง 2 กรณีเป็นเพียงการยกตัวอย่างเปรียบเทียบประกอบการอธิบายเพื่อง่ายต่อการเข้าใจและเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น



ขอถามหน่อยครับว่าถ้าแม่ลูกผสมบรามันเราใส่ชาร์เข้าไปแทนจะได้ลูกหย่านม ราคารวมสูงกว่าโลไลไหมครับ

Zero Cattle
User offline. Last seen 5 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/03/2011
Posts: 480
Points: 0

prasopchai wrote:
Zero Cattle wrote:
Zero Cattle wrote:
Smile Smile ทำไมต้องเลี้ยงโลว์ไลน์ เป็นคำถามที่น่าสนใจ ชวนคิดและต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน
Laughing out loud Laughing out loud ขอแสดงความคิดเห็นในฐานะเป็นอีกคนหนึ่งที่สนใจวัวพันธุ์นี้และเริ่มลงมือทำไปบ้างแล้ว
Big smile Big smile อธิบายไม่ค่อยเก่งแต่ขอเปรียบเทียบ 2 สถานะการณ์กับวัว 3 สายพันธุ์ ดังนี้ครับ
สถานะการณ์ที่ 1

มีพื้นที่ 1 ไร่ ปลูกหญ้าจักรพรรดิ์ มีระบบน้ำอย่างดี มีการดูแลแปลงหญ้าใส่ปุ๋ยเป็นอย่างดี
ได้ผลผลิตสดประมาณ 40,000 กก./ปี เลี้ยงวัวแบบขังคอก ตัดหญ้าให้กิน 100 %

สายพันธุ์ น้ำหนักตัวเฉลี่ย (กก.) กินหญ้า/วัว (กก.) จำนวนที่เลี้ยงได้ (ตัว) ราคาลูกวัวเมื่อหย่านม (บาท) รายรับรวม/ปี (บาท)

ลูกผสมบราห์มัน.....400................30-35...........................3..........................15,000.................... 45,000
ลูกผสมโลว์ไลน์.....300............... 20-25........................... 5.........................12,000.................... 60,000
วัวไทยพื้นเมือง..... 250................18-20........................... 5............................8,000.....................40,000

สถานะการณ์ที่ 2

ไม่มีพื้นที่ทำแปลงหญ้า มีที่สาธารณะสำหรับปล่อยเลี้ยงบ้างตามสมควร หญ้าส่วนใหญ่เป็นหญ้าคุณภาพต่ำ
ทำการเลี้ยงวัว 3 สายพันธุ์และจำนวนเท่ากับสถานะการณ์ที่ 1

ลูกผสมบราห์มัน จำนวน 3 ตัว ให้ลูกวัวเฉลี่ย 2 ตัว/ปี (ให้ลูกปีเว้นปีเพราะอาหารไม่สมบูรณ์) จะมีรายรับรวม 30,000 บาท/ปี
ลูกผสมโลว์ไลน์ จำนวน 5 ตัว คิดว่าคงไม่ให้ผลผลิต บางตัวโทรมมากอาจเกิดการสูญเสีย(ความคิดเห็นส่วนตัว)
ทำให้ไม่ไม่มีรายรับแต่อาจจะติดลบเพราะสูญเสียวัวบางตัว
วัวไทยพื้นเมือง จำนวน 5 ตัว ให้ลูกได้ตามปกติ จึงมีรายรับรวมใกล้เคียงกับกรณีแรก(อาจจะต่างกันบ้างถ้าวัวผอม)

จากทั้ง 2 กรณี จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันถ้ามีวิธีเลี้ยงที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะโลว์ไลน์จะเห็นได้อย่างชัดเจน

ปล.ทั้ง 2 กรณีเป็นเพียงการยกตัวอย่างเปรียบเทียบประกอบการอธิบายเพื่อง่ายต่อการเข้าใจและเป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้น



ขอถามหน่อยครับว่าถ้าแม่ลูกผสมบรามันเราใส่ชาร์เข้าไปแทนจะได้ลูกหย่านม ราคารวมสูงกว่าโลไลไหมครับ
[/quote

จะได้ประมาณ 18,000-20,000 บาทครับ
แต่ผมคิดว่าคุณกำลังหลงประเด็นที่ผมต้องการสื่ออยู่นะครับ

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

Zero Cattle wrote:

จะได้ประมาณ 18,000-20,000 บาทครับ
แต่ผมคิดว่าคุณกำลังหลงประเด็นที่ผมต้องการสื่ออยู่นะครับ

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจผิดหรือเปล่านะ

ที่สื่อออกมานี่ หมายความว่า

1. โลวไลน์ ถ้าเลี้ยงดีๆ มันจะโตได้ดี แต่กินอาหารน้อย เพราะฉนั้น ถ้าเรามีอาหารจำกัด จะสามารถเลี้ยงงัวได้มากตัวกว่า และทำให้ได้ผลผลิตรวมมากกว่า ใช่หรือไม่ครับ

2. ถ้าเลี้ยงไล่ทุ่งแบบชาวบ้านทั่วๆไป หากรายที่ดูแลไม่ดีนัก มีหวังจบเห่ทันที ใช่ไหมครับ ซึ่งก็คงต้องเลี้ยงแบบยืนโรง กับปล่อยทุ่งที่มีหญ้าให้ไม่อั้น เท่านั้น งัวตัวนี้จึงจะแสดงศักยภาพ ได้อย่างสมบูรณ์ ใช่หรือไม่ครับ

............................................................................

อันนี้เป็นข้อสงสัยของผมเอง จริงๆก็ตั้งคำถามมานานแล้วละ แต่ไม่มีใครหน้าใหนกล้าตอบ พาลได้คำตอบแบบชวนทะเลาะแทนเข้าให้ซะงั้น ( งานพัทยาปีที่แล้ว โดนไป 2 คำถามแรก ถึงกับเดินหนีเฉยเลย ) .... จริงๆผมก็ Get กับข้อสงสัยเหล่านี้ไปแล้วละ ( ถึงบางอ้อ ) แต่เมื่อมีคนจุดประเด็นอีกครั้งผมก็เลยจะถามอีกครั้ง

1. หากว่าเราซื้อน้ำเชื้องัวตัวนี้ ไปผสมแม่บราห์มันในคอก 1 ปี ผลผลิตออกมาจะเทียบได้กับเราผสมสายพันธุ์อื่นหรือไม่ นน. ประมาณเท่าไหร่ ( เจ้าแปะซะ ผมงงไปหมดแล้วกับตัวเลขที่ กลับกรอก ไปมา ) ราคาขายจะได้เทียบเท่ากับงัวสายพันธุ์ใหน ถ้าหากว่าแม่ตัวเท่ากัน

2. ลูกที่ออกมาเป็นตัวเมียเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ แล้วพ่อตัวแค่เนี๊ย ขนาดเฟรมแม่งัวในฝูงต้องลดลงแน่นอน แล้วเรายิ่งปรับปรุง ขนาดแม่งัวในฝูงก็คงต้องยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วงัวเฟรมเล็กๆ แค่ 250 - 350 กก. ต้องขายตลาดใหน และการทำงัวขุนเฟรมเล็ก ( นน. เชือดน้อยกว่า 500 กก. ) จะมีรองรับเราไหม กว้างแค่ใหน ยั่งยืนแค่ไหน ชมรมจะมีมาตรการอะไร มารองรับเกษตรกรที่หลวมตัว เชื่อคำส่งเสริมของของพวกคุณ ผสมงัวตัวนี้ และอณาคต

3. เอาแค่นี้ก่อน เพราะไม่รู้ว่าจะมีคนกล้าตอบหรือเปล่า

อย่าพูดว่า ...... เราขอร้องให้คุณเลี้ยงัวนี้เหรอ ..... ถ้ายุ่งยากนักก็อย่าเลี้ยงมันเลย ..... เอางี้ผมขอซื้อน้ำเชื้อคุณคืน ..... จริงใจหรือเปล่า ..... หรือเอานิทานเรื่องป้ายสองหน้ามาให้อ่านล่ะ ....... ( เพราะผมฟังพวกคุณพูดแบบนี้มาจนเบื่อแล้ว )

คุณตั้งชมรม และ มีการประกาศเชิญชวนบุคคลภายนอกในที่สาธารณะ นะ มีการลงโฆษณา ตามสื่อต่างๆ ออกบูทตามงานประกวดงัวต่างๆ คุณทำในสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อคนในวงกว้างนะ ......... คุณไม่ได้นั่งเลี้ยงัวอยู่กับบ้าน แล้วเราบังเอิญผ่านไปเห็นเข้า จะได้พูดแบบไม่อายปากออกมาว่า .......... เราขอร้องให้คุณเลี้ยงเหรอ ...........

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 11 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

ผมหลงประเด็นยังไงหรือครับ หรือว่านี้เป็นข้อมูลเฉพาะลูกไม่รวมแม่

ถ้่าไม่ใช่ื
ลูกโลไลเห็นรับซื้อแต่ลูกจากแม่ลูกผสมบรามันก็จะเลี้ยงได้แค่ 3 ตัวเองใช่ไหม

James.2517
User offline. Last seen 7 years 24 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 27/05/2011
Posts: 7
Points: 0

ขออนุญาตตอบคำถามคุณโกยแนบ
ข้อที่1 ถ้าเป็นแม่ลูกผสมบราห์มัน ผสมพันธ์กับชาโรเลย์หรือแองกัส ราคาลูกตัวผู้ที่ได้สูงกว่าผสมกับโลวไลน์แน่นอน แต่ถ้าเป็นตัวเมียไม่แน่ครับ
ถ้าเป็นแม่กำแพงแสน ผสมกับพ่อกำแพงแสนราคาลูกตัวสูงกว่าผสมกับโลวไลน์เช่นกันครับ. แต่ถ้าเป็นตัวเมียไม่แน่ครับ
ถ้าเป็นแม่ไทยพื้นเมือง ผสมกับชาโรเลย์ แองกัส หรือกำแพงแสน โอกาสเสียทั้งแม่ทั้งลูกมีสูงมาก
เพราะน้ำหนักแรกคลอดลูกจะสูงทำให้คลอดยาก หรือไม่สามารถคลอดได้เลย แต่ถ้าผสมโลวไลน์คุณจะได้ลูกที่ดีกว่าแม่แน่นอนทั้งรูปร่าง คุณภาพเนื้อ คุณภาพซาก (อ้างอิงจากผลการวิจัยของมหาลัยอุบล)
สรุปคำตอบข้อที่1 ถ้าคุณมีแม่ลูกผสมบราห์มันหรือกำแพงแสน ความคุ้มที่จะผสมกับโลวไลน์จะมีน้อยกว่าแน่ถ้าเทียบในด้านราคาลูกที่ได้. แต่ความคุ้มที่จะได้สายพันธ์ที่มีประสิทธิภาพการให้ผลตอบแทน
ต่อหน่วยพื้นที่ ในgenerationต่อต่อไปผมว่าโลวไลน์ได้เปรียบในส่วนนี้ครับ
ข้อที่2 ใช้คำตอบในส่วนของบทสรุปตอบได้เลยครับ
ทั้งนี้ทั้งนั้นคำตอบที่เขียนไว้เกิดจากความคิดของคนเลี้ยงวัวคนนึงผิดถูกก็ขออภัยไว้ณที่นี้ด้วย

kwan
User offline. Last seen 7 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 12/12/2010
Posts: 70
Points: 0

ขอเสริมคำตอบพี่เจมส์นิดครับ
1. โลวไลน์ ถ้าเลี้ยงดีๆ มันจะโตได้ดี แต่กินอาหารน้อย เพราะฉนั้น ถ้าเรามีอาหารจำกัด จะสามารถเลี้ยงงัวได้มากตัวกว่า และทำให้ได้ผลผลิตรวมมากกว่า ใช่หรือไม่ครับ

2. ถ้าเลี้ยงไล่ทุ่งแบบชาวบ้านทั่วๆไป หากรายที่ดูแลไม่ดีนัก มีหวังจบเห่ทันที ใช่ไหมครับ ซึ่งก็คงต้องเลี้ยงแบบยืนโรง กับปล่อยทุ่งที่มีหญ้าให้ไม่อั้น เท่านั้น งัวตัวนี้จึงจะแสดงศักยภาพ ได้อย่างสมบูรณ์ ใช่หรือไม่ครับ
1. แม่พื้นฐานวัวไทย คงไม่มีใครเอาแองกัสหรือ ชาโลเลย์ไปผสมเป็นแน่ เพราะระบบสืบพันธ์น่าจะรวน(วัวไทยแบล็กถึงพัฒนาไปต่อได้ยากเพราะมันขัดต่อธรรมชาติ) ฉะนั้น ลดทางเลือกเหลือแค่ผสม บรามันห์(ขนาดกลาง ,เล็ก)หรือโลไลน์ แต่โลว์ไลน์ 11-15 เดือนก็ขุนได้แล้ว ขุนได้เร็วย่อมใช้อาหารน้อยกว่าครับ ถ้าเป็นบรามันห์ต้อง 2ปีขึ้นไปถึงจะเต็มโครงเริ่มขุนได้ แต่ถ้าแม่พื้นฐานเป็นลูกผสมบรามันห์ผสม ชาโลเลย์หรือแองกัสย่อมให้ผลดีกว่า แต่ในgeneration ต่อไปจะเป็นผลดีอย่างชัดเจน เพราะโลว์ไลน์มีนิสัยการกินอยู่กับที่ ไม่เหยียบแปลงหญ้าเสียทำให้ใช้พื้นที่ปล่อยแปลงได้อย่างคุ้มค่า ยกตัวอย่าง ฟาร์มลุงหมาย มีแปลงหญ้าแปลงละ 1 ไร่กว่าๆ อยู่2 แปลง แกสลับกันเลี้ยงแปลงละ 2 อาทิตย์ เลี้ยง โลว์ไลน์พันธ์แท้แบบปล่อยแปลงได้ 20 ตัว ของผมเอง แปลงหญ้าเนเปียร์(ปล่อยมันกันเนเปียร์กุดๆผสมกับหญ้าธรรมชาติเรียกได้ว่าแทบไม่มีหญ้า)ไร่กว่าๆ เช่นกันก็เลี้ยงโลว์ไลน์พันธ์แท้ได้ 4 ตัว ถามว่าพื้นที่เท่าๆกัน จะเลี้ยงลูกผสม ชาโลเลย์ แองกัส หรือบรามันห์ ได้กี่ตัว? ถ้ากรณีที่เกษตรกรมีพื้นที่เลี้ยงจำกัด แค่ 40 ไร่(แบ่งเป็น4 ล็อค ล็อคละ 1 อาทิตย์) จะเลี้ยงแม่พื้นฐานที่เป็นลูกผสมโลว์ไลน์แบบปล่อยแปลง 150-200 ตัวไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าแม่พื้นฐานเป็นพันธ์อื่น 100 ตัวก็เหนื่อยแล้ว ส่วนที่มีคนบอกว่า หากเลี้ยงแบบมีแค่ไหนกินแค่นั้น หน้าแล้งมีแต่ฟาง ผมว่า มันอยู่ได้แต่วัวไทย แต่ก็คงหืดจับทีเดียว แม้แต่ลูกผสมบรามันห์หากกินแต่ฟาง ก็คงเหลือแต่ซี่โครงเหมือนกัน ส่วนวัวเลือดยุโรป อย่าว่าแต่โลว์ไลน์เลย ชาร์โลเลย์ แองกัสก็คงไปไม่รอดถ้ากินแต่ฟางครับ โดยสรุปคือผสมแม่วัวไทย โลว์ไลน์ให้ผลผลิตคิดเป็นปริมาณเนื้อเพิ่มขึ้นแน่นอน หากเป็นลูกผสมบรามันห์ จะให้ ปริมาณเนื้อลดลงใน gen 1 แต่ในรุ่นต่อไป หากแปลงหญ้ามีจำกัด ลูกผสมโลน์ไลน์จะให้ปริมาณเนื้อมากกว่า นี่เป็นเหตุผลที่พี่พูนลาภ เน้นพัฒนาวัวเฟรมเล็ก ขายแม่พื้นฐานลูกผสมบรามันห์ออกไป เนื่องจากแกจะเน้นขายหญ้าให้ฟาร์มวัวนม ทำให้มีแปลงหญ้าสำหรับวัวมีเนื้อที่จำกัดลงครับ
2. ลูกที่ออกมาเป็นตัวเมียเก็บไว้เป็นแม่พันธุ์ แล้วพ่อตัวแค่เนี๊ย ขนาดเฟรมแม่งัวในฝูงต้องลดลงแน่นอน แล้วเรายิ่งปรับปรุง ขนาดแม่งัวในฝูงก็คงต้องยิ่งลดลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วงัวเฟรมเล็กๆ แค่ 250 - 350 กก. ต้องขายตลาดใหน และการทำงัวขุนเฟรมเล็ก ( นน. เชือดน้อยกว่า 500 กก. ) จะมีรองรับเราไหม กว้างแค่ใหน ยั่งยืนแค่ไหน ชมรมจะมีมาตรการอะไร มารองรับเกษตรกรที่หลวมตัว เชื่อคำส่งเสริมของของพวกคุณ ผสมงัวตัวนี้ และอณาคต
ลูกผสมโลไลน์กับแม่ลูกผสมบรามันห์น้ำหนักมากกว่า500 กก. แน่นอนครับ จากทดลองขุนของพี่วีระชาติ และพี่หนุ่ม(ไม่แน่ใจว่าของพี่หนุ่มแม่เป็นวัวไทยหรือเปล่า เพราะวัวที่พี่หนุ่มเอาไปขุนเป็นวัวที่เกิดในโครงการม.อุบล ซึ่งโครงการอ.สมชัย วัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อในวัวไทยกลุ่มเป้าหมายเป็นเขียงเนื้อข้างทางด้วยซ้ำ ฉะนั้นแม่พื้นฐานน่าจะเป็นวัวไทย) ส่วนลูกผสมวัวไทย เท่าที่เห็นของพี่ๆ 2-3 ปีก็ไม่ต่ำกว่า 4-500 กก. หากหย่อน 500 ก็ไม่มากครับ

Counter

  • Visitor Count: 110,930