143 replies [Last post]
โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

2. การพัฒนาในแง่มุมของการเพิ่มขีดความสามารถของงัวแกลบ และขายในตลาดงัวแกลบเช่นเดิม แต่ได้คุณภาพเนื้อที่ดีกว่า คุณภาพซากที่ดีกว่า ....

เด๋วมาต่อครับ ขอตัวเเปบ ตอนกลางวันไม่ค่อยว่าง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 5 years 1 week ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

วากิวได้ราคาดีกว่าแน่นอนครับ เพราะทางวัวโคราชรับซื้อลุกที่เกิดจากแม่ชาร์ กก.ละ100
อันนี้ต้องรอพี่ทินมายืนยัน

และถ้าขุน วากิวให้ไขมันแทรกสูงสุด แต่ก็ตัวไม่ค่อยโตนะครับ
คงจะต้องไม่ใส่แม่วัวไทยหรือบราห์มัน
อาศัยได้เปรียบตรงได้ราคา+ไขมันแทรกสูง เป็นหลัก

อีกอย่างที่อยากจะบอก จากการที่เลี้ยงลูกโลว์ไลน์แม่ไทย

อย่าคิดว่าลูกผสมโลว์ไลน์กินหญ้าน้อย ลองดูแล้วคุณจะรู้
Big smile

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 11 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

หายไปไร่ตั้งแต่เช้ายันเย็นพึ่งได้กลับ งงอยู่ว่าทำไมมันเพิ่มมาหน้านึงเลยที่แท้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นเป็นกอง ต้องขออภัยทุกท่านด้วยที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและหักหานน้ำใจเพื่อชาววัวด้วยกัน

เนื่องด้วยอยากเสียบโลไลกับแม่วัวแกลบใจจะขาดแต่กลัวออกมาแล้วไม่มีที่ขายเลยต้องหาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ที่ได้กลับมาบอกไม่ต้องสนใจเรื่องนำไปขุนหรอก ผมเลี้ยงส่งขุนนะครับไม่ใช่ส่งประกวด

ที่ผมกังวลว่าตัวมันเล็กเพราะเวลาขายกลัวโดนตัดราคาว่าตัวเล็ก(ก็เล็กเหมือนแกลบแหละ) แต่ถ้าใส่บรามันตัวมันใหญ่กว่ากันถ้าไม่มีแต้มต่อราคาับรามันดีกว่าในเขียงบ้าน

ตอนนี้ที่เลี้ยงเริ่มมีน้อยยังคิดอยู่ว่าจะโล๊ะแกรบชุดนี้แล้วซื้อแม่พื้นฐานยืนคอกมาผสมชาโรเล่ส่งสหกรณ์ไปเลยดีกว่าหรือเปล่้า

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

prasopchai wrote:

ต้องขออภัยทุกท่านด้วยที่ใช้ถ้อยคำรุนแรงและหักหานน้ำใจเพื่อชาววัวด้วยกัน

เนื่องด้วยอยากเสียบโลไลกับแม่วัวแกลบใจจะขาดแต่กลัวออกมาแล้วไม่มีที่ขายเลยต้องหาข้อมูลให้รอบด้าน แต่ที่ได้กลับมาบอกไม่ต้องสนใจเรื่องนำไปขุนหรอก ผมเลี้ยงส่งขุนนะครับไม่ใช่ส่งประกวด

ที่ผมกังวลว่าตัวมันเล็กเพราะเวลาขายกลัวโดนตัดราคาว่าตัวเล็ก(ก็เล็กเหมือนแกลบแหละ) แต่ถ้าใส่บรามันตัวมันใหญ่กว่ากันถ้าไม่มีแต้มต่อราคาับรามันดีกว่าในเขียงบ้าน

ตอนนี้ที่เลี้ยงเริ่มมีน้อยยังคิดอยู่ว่าจะโล๊ะแกรบชุดนี้แล้วซื้อแม่พื้นฐานยืนคอกมาผสมชาโรเล่ส่งสหกรณ์ไปเลยดีกว่าหรือเปล่้า

เรื่องความรุนแรง ที่นี่ต้องยกให้ผมครับ

แต่เรื่องการเลี้ยงงัว คิดเหมือนผมเลย ... ผมเลี้ยงงัวส่งขุน ไม่ได้เลี้ยงเพื่อความสะใจหรือเลี้ยงไว้ดูเล่น การลงทุนต้องมีการประเมินความเสี่ยง และศึกษาเปรียบเทียบกันว่าสิ่งใหนถึงจะเหมาะสมที่สุดกับเรา ............ไม่ได้เป็นอีก ไอดี หนึ่งของคนในสมาคมรู้จัก และเหยียบเส้นกันมา เลยสร้างอีก ไอดีหนึ่งมาก่อกวนกัน ..... ( สงสัยสร้างศัตรูไว้เยอะ หรือคนในสังคมคนลี้ยงงัวระดับคนมีความรู้สูงๆ จะมีแต่พวกชอบแทงข้างหลังกัน หรือไงนะ ถึงได้ระวังตัวกันนัก .........

และตอนนี้ที่เลี้ยงลดลง แหล่งอาหารหายากขึ้น ในขณะเดียวกัน ขนาดตัวของแม่งัวในคอกก็ขยับโครงสร้างใหญ่ขึ้นจนเกินขนาดที่จะเลี้ยงเป็นงัวไล่ทุ่งได้เเล้ว ( บางตัวบราห์มันสมาคมอายไปแล้ว ) ตอนนี้กินหญ้าตกวันละ 50 - 60 กก. แล้ว คงต้องหาหญ้ามาประเคนให้ถึงปากเท่านั้นถึงจะอยู่ได้ แบบนี้ก็สู้เลี้ยงยุโรป แล้วส่งสหกรณ์ไปเลยดีกว่า

และในอีก 2 ปีข้างหน้า งัวเล่ย์ก็ล้นตลาดแน่นอน ..... สภาพตลาดยังไงก็ต้องกลับไปเป็นแบบปี 2550 - 2552 แน่ๆ งัวเลย์ตัวเมียขายได้ในราคางัวแกลบชัวร์ ...... และงัวตัวใหนคุณภาพต่ำสุดต้องถูกตัดออกก่อนแน่นอน ...... ส่วนของเราก็คงต้องปรับตัวรออณาคตอีกแน่นอน

เอาข้อ 2 ต่อดีกว่า

Markonikove wrote:
2. การพัฒนาในแง่มุมของการเพิ่มขีดความสามารถของงัวแกลบ และขายในตลาดงัวแกลบเช่นเดิม แต่ได้คุณภาพเนื้อที่ดีกว่า คุณภาพซากที่ดีกว่า ....

เด๋วมาต่อครับ ขอตัวเเปบ ตอนกลางวันไม่ค่อยว่าง

2.. การพัฒนาในแง่มุมของการเพิ่มขีดความสามารถของงัวแกลบ และขายในตลาดงัวแกลบเช่นเดิม แต่ได้คุณภาพเนื้อที่ดีกว่า คุณภาพซากที่ดีกว่า

แต่ก็ยังมีข้อกังขาอยู่อีกนั่นแหละ และคงต้องรอให้แนวหน้าลุยไปก่อน ( เพราะผมเองก็ทำหน้าที่เป็นแนวหน้าให้ชาวบ้านในการพัฒนาองค์ความรู้ในการผลิตงัวเนื้อให้คุ้มทุนที่สุดอยู่ แทบกระอักเลือด )

........ 1. แหล่งผลิตงัวแกลบที่เป็นกำลังหลักและทำหน้าที่ค้ำจุนระบบไว้ อยู่ที่บ้านผม ซึ่งเขาเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่รุนแรงมากๆ งัวโลวไลน์จะทนกับสภาพแวดล้อมแบบนั้นไหวไหม ..... งัวโลวไลน์ จะทนกินไบไม้ และเลียดิน ในหน้าแล้งไหวไหม ...... แต่ที่แน่ๆ งัวเล่ย์ 50 % กับแกลบ 50 % เกือบตาย
........ 2. งัวโลวไลน์ ที่พัฒนาจากงัวแกลบ และขายในราคางัวแกลบ แต่ต้องเลี้ยงแบบยืนโรง หรือปล่อยแปลงหญ้า แล้วจะได้ตัวเลขเปรียบเทียบต่อแปลงหญ้า สู้แองกัส หรือ ชาโลเร่ส์ และวากิว ได้ไหม ......
....... 3. งัวแกลบ - โลวไลน์ ราคาขายถูกๆ จะคุ้มค่าซื้อน้ำเชื้อไปผสมไหม และชาวบ้านเขาจะซื้อไหม ( อันนี้ผมคิดให้ ) เพราะงัวแกลบ เปรียวมาก ดูแลตามหลักวิชาการยากมาก ....

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

Zero Cattle
User offline. Last seen 5 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/03/2011
Posts: 480
Points: 0

pv_brahman wrote:
ขอรบกวนถามท่านทั้งหลายหน่อยนะครับในฐานะคนเลี้ยงวัวที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการที่เราจะปรับปรุงพันธุ์วัวให้ดีขึ้น

คือ ที่อ่านเห็นคนเลี้ยงวัวลูกผสมบราห์มัน(ไทยใหญ่) วัวพวกนี้ตัวใหญ่กว่าโลไลไม่ใช่หรือครับ แล้วที่ผสมโลไลเพื่อปรับ

อะไรครับ คือว่าไม่รู้จริงๆนะครับถึงรบกวนถาม แล้วถ้าเปรียบกับผสมเล่ มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ

ขอบคุณครับ

เหตุผลที่ใช้ลูกผสมบราห์มันผสมโลว์ไลน์

1.สะดวกในการผสมเทียมเพราะมีขนาดใหญ่และบังคับเข้าซองง่ายกว่าวัวพื้นเมือง
2.ได้ลูกผสมที่มีขนาดเล็กลงทำให้ง่ายต่อการจัดการ(แต่ไม่เล็กจนเกินไป)

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ได้วัวที่เชื่องจัดการง่าย
2.ได้แม่พันธุ์พื้นฐานที่มีขนาดพอเหมาะไม่ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป(สามารถนำไปผสม
กับพันธุ์อื่นที่มีขนาดใหญ่ได้เช่นบีฟมาสเตอร์)
3.ได้วัวสี(ดำหรือแดง)เพราะตลาดแถวบ้านต้องการ(ไม่ได้ตั้งใจส่งตลาดวัวขุน)
4.ได้วัวที่ตอบสนองต่อการเลี้ยงดีพอสมควร
5.ได้แม่พันธุ์ที่มีการเจริญพันธุ์ดี

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

pv_brahman wrote:
ขอรบกวนถามท่านทั้งหลายหน่อยนะครับในฐานะคนเลี้ยงวัวที่ยังไม่ค่อยเข้าใจในการที่เราจะปรับปรุงพันธุ์วัวให้ดีขึ้น

คือ ที่อ่านเห็นคนเลี้ยงวัวลูกผสมบราห์มัน(ไทยใหญ่) วัวพวกนี้ตัวใหญ่กว่าโลไลไม่ใช่หรือครับ แล้วที่ผสมโลไลเพื่อปรับ

อะไรครับ คือว่าไม่รู้จริงๆนะครับถึงรบกวนถาม แล้วถ้าเปรียบกับผสมเล่ มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรครับ

ขอบคุณครับ

คำว่าดีขึ้นไม่ได้หมายความว่าตัวใหญ่ขึ้นก็ได้ครับ เพราะการคิดว่าการพัฒนาคือตัวต้องโตขึ้นแล้วต้องพังราบกันมาแล้ว ในปี 2544 - 2549 ที่ salary man เข้ามาและคิดว่าการก้าวไปข้างหน้าต้องได้งัวตัวโตๆ แล้วก็ต้องหมดตัวเพราะงัวตัวโตๆ มาแล้ว

สำหรับเกษตรกร การพัฒนาคือ ความคุ้มค่าต่อการลงทุนมากที่สุดครับ แต่ลูกที่โตยิ่งๆขึ้นไปอีกย่อมได้ ราคาขายที่สูงขึ้นไปอีก ...... และสุดท้ายแล้วเมื่อถึงระดับที่สภาพแวดล้อมของท้องถิ่นตนเองรับไม่ไหวแล้ว ( สังเกตุได้จากงัวกินหญ้าไม่อิ่ม และผอม ) เราก็จะขายแม่ที่ตัวโตเกินไปออก .... บางแห่งสู้ได้แค่ ไทยใหญ่ตัวเล็ก ก็ขายออกมา ... ท้องถิ่นที่สมบูรณ์กว่าก็จะซื้อไปและผสมต่อจนได้ลูกผสมบราห์มันที่โครงสร้างใหญ่ๆขึ้น ..... แต่ก็จะใหญ่ได้แค่สภาพแวดล้อมของเราเองเท่านั้นครับ .....

....... สมัยก่อน บ้านผมมีแต่แม่บราห์มัน ตัวสูงท่วมหัว สมาคมอาย (แต่ตอนนั้นยังไม่มีสมาคม ) .... ตอนนี้สภาพแวดล้อมย่ำแย่ลง ผมพัฒนาได้แค่ บราห์มันขนาดกลางก็ต้องยอมแล้ว ตอนนี้มีลูกในคอก 1 ตัวสู้ไม่ไหวแล้ว กินอาหารไม่อิ่ม มีทางเลือก 3 ทางคือ 1.) ขายออกไปให้คนบ้าชอบงัวตัวโตๆ หรือ 2.) ปรับปรุงในสายพันธุ์ใหม่ที่โครงสร้างเท่าเดิม แต่ให้ทางออกที่ดีกว่า หรือ 3.) ปรับเปลี่ยนการเลี้ยงใหม่ให้งัวกินอาหารให้เต็มอิ่มขึ้น

........ ในคอนเซ็บของงัวเฟรมเล็กก็คือ คนที่ขยายฝูงจนเกินกว่าพื้นที่จะรับจำนวนงัว และขนาดงัวได้แล้ว ..... ขีดจำกัดของเขาคือ แหล่งอาหาร ..... ถ้าคุณยังมีอาหารให้งัวได้ไม่จำกัด และงัวกินได้ไม่หมด คอนเซ็บนี้ก็ไม่จำเป็นต่อคุณแน่นอน ..... การคิดในแง่มุมของปริมาณอาหารที่จำกัด คือทางออกของผม ซึ่งก็คงต้องพิจารณาอีกหลายๆ แง่มุม ....... เลี้ยงงัว ได้แค่ 3 ตัว แต่ขายได้ตัวละ 18000 บาท กับเลี้ยงงัวได้ 5 ตัวแต่ขายได้ ตัวละ 12000 บาท .... ซึ่งก็ยังกังขาอยู่ว่าจริงหรือไม่ และมีทางเป็นไปได้แค่ใหน .....

คนให้ข้อมูล โกหกหรือไม่ ..... พิสูจน์ให้เห็นได้ไหม ( เห็นแก่ตัวไปป่าวหว่า ) ...... ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

prasopchai
User offline. Last seen 8 years 11 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 23/02/2012
Posts: 117
Points: 0

ขอถามพี่นิดนึงครับที่ว่าอีก 2 ปีวัวล้นนี้ เอาวัวที่ไหนมาล้นครับหรือจะมีการนำเข้าวัวจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในไทยตัวเมียยังขุนเลย

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 7 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

prasopchai wrote:
ขอถามพี่นิดนึงครับที่ว่าอีก 2 ปีวัวล้นนี้ เอาวัวที่ไหนมาล้นครับหรือจะมีการนำเข้าวัวจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะในไทยตัวเมียยังขุนเลย

สหกรณ์ เขามีขีดจำกัดในการรับจำนวนงัวเข้าขุนนะครับ ..... และในตอนนี้ถ้าเราดูจากตัวเลขงัวรวมทั้งประเทศ จำนวนงัวลดลงก็จริง ..... ถ้าเราดูจากการรับงัวเข้าขุน งัวยุโรป หาแทบไม่ได้เลย ......

แต่ถ้าเรามองให้ลึกๆถึงตัวเลขของเกษตรกรผู้เลี้ยงงัวในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละท้องถิ่น แล้ว ...... งัวที่หายไปคืองัวแกลบนะครับ ... งัวโครงสร้างขนาดกลาง ยังอยู่ ( อาจจะลดลงไปมากก็จริง แต่ยังเหลืออยู่เยอะ )

และต้องท้าวความถึงเมื่อ 3 - 5 ปีที่แล้ว salary man ที่เคยหลงกระแสงัวโครงสร้างขนาดใหญ่ ได้เทขายงัวของตัวเองออกมา ทำให้ Supply ล้นตลาดเนื้อเขียง และเนื้อขุนเกรดต่ำ ยังผลให้มีการกระชากราคาของงัวในระบบ คนขุนงัวหันไปขุนงัว เททิ้งกันหมด ...... ผลที่ได้ก็คือ .... หาคนซื้องัวยุโรปไปขุนกันไม่ได้ ตัวเมียยุโรป ขายไม่ได้เลย เพราะไม่มีคนซื้อ ลูกชาโลเร่ส์ ตัวผู้ ขายได้ในราคาเท่ากับบราห์มัน ตัวเมียราคาเดียวกับงัวแกลบ ..... ทำให้เกษตรกรต้องเอาตัวรอดกันด้วยการผสมงัวที่พอจะขายได้ทั้งลูกตัวผู้ และตัวเมีย ซึ่งเลี้ยงก็ง่ายกว่ากันเยอะ ค่าใช้จ่ายก็น้อยกว่ากันเยอะ แต่ตัวผู้ขายได้เท่ากัน ตัวเมียก็ขายได้แพงกว่า ....... ซึ่งในขณะนั้นก็คือ งัวอินเดีย 2 สายพันธุ์

วันนั้น มีคนโอดครวญกันจนผมแทบร้องให้แทน เพราะสงสารเขา ตอนซื้อถูก นายฮ้อย เกษตรกร และนายทุน 18 มงกุฏ หลอกขายงัวให้ในราคาแสนแพง ( แพงกว่าตลาด กว่า 300 - 1000 % บางคน 10000 % ) พอเลี้ยงไปได้ 3 - 4 ปี ขายงัวยกฝูง ก็ยังถูกนายฮ้อย กดราคาจนถูกกว่าท้องตลาดกว่า 30 - 50 % ..... เลี้ยงมา 4 ปี ยังไม่เคยขายงัวสักตัว วันนี้ออกลูกออกหลานมาฝูงเบ้อเริ่ม ขายงัวยกฝูงยังขาดทุนอีก 2 - 3 แสน ......... นายฮ้อยกินกำไร บางฝูงก็ 5 หมื่น บางฝูงก็เป็นแสน

จวบจน เมื่อ 2 - 3 ปีที่แล้ว เมื่อ Salary man เทขายงัวกันหมด เหลืออยู่แต่ในมือของเกษตรกร ซึ่งไม่ได้ผสมยุโรปกันเลย ผลก็ตามมาในวันนี้คือ ลูกยุโรปขาดตลาด จนต้องเอางัวตัวเมียมาขุน ....

และวันนี้เมื่องัวยุโรปขาดตลาด ( จริงๆก็ขาดทุกสายพันธุ์นั่นแหละ แต่ยุโรปรุนแรงที่สุด ) ใครๆก็คิดจะผสมยุโรปกันเสียยกใหญ่ .... งัวโครงสร้างขนาดกลางที่เหลืออยู่ในตอนนี้ ( บ้านผม ) มี 20 % กำลังให้นมลูกยุโรป ..... มี 30 % อุ้มท้องลูกยุโรปอยู่ ....อีก 30 กว่า % กำลังจะผสมลูกยุโรป

และอย่าลืมว่าสหกรณ์ รับได้จำกัด ฟาร์มเอกชนก็ซื้อในราคาเดียวกับบราห์มัน และงัวขนาดกลางก็มีมากเกินกว่าที่สหกรณ์จะรับได้ ถึง 10 - 20 เท่าตัว ......

ผมคาดว่า อีก 2 - 3 ปี งัวที่จะขายให้สหกรณ์ได้ จะต้องเป็นพวกโครงสร้างขนาดใหญ่ๆ หรือ แม่ตัวโตๆ และพวกเนื้อมันแทรกสูงๆ เท่านั้น ส่วนพวกตัวเล็กๆ กระเด็นก่อนเขาแน่นอน

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

kwan
User offline. Last seen 7 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 12/12/2010
Posts: 70
Points: 0

lsadmin wrote:
ตอบน้องขวัญนะครับ
แม่วัวไทย สามรถเสียบแองกัสใหญ่ได้ครับ อย่างที่เขาเรียกไทยแบล๊คที่กรมเขาสนับสนุนอยู่
ลองหาอ่านของกรมดูนะครับ ถ้าคลอดไม่ได้เขาคงไม่แนะนำให้ทำ
และแน่นอน ถ้าชั่งกิโลขาย ก็คงได้ราคารวมมากว่าเสียบโลว์ไลน์

สำหรับลูกโลว์ไลน์ที่ออกงานหรือประกวด อย่างเช่นที่น้องขวัญมาลง
กินอาหารข้นวันละกี่กิโล เจ้าของก็คงรู้ดีครับ

Wink

ให้กำลังใจและเชียร์ให้เดินหน้าต่อไปครับ วัวโลว์ไลน์พันธุ์แท้ อาจจะตอบสนองหญ้าได้ดีคุ้มค่าสุดๆก็ได้
Smile




ขุนไปแล้วจะคุ้มค่าหรือแลกเนื้อจากอาหารสู้พวกเล่ส์หรือแองกัสได้หรือ
อ่านข้อความพี่ไก่แล้วสับสน เพราะ สอง reply ข้อความขัดแย้งกันเอง แต่วัวประกวดที่พี่โยได้รางวัลนั้น ผมไม่แน่ใจว่าพี่โยเสริมอาหารข้นหรือไม่ แต่ถ้าพี่โยเสริมอาหารข้น แล้ววัวเนื้อลูกผสมพันธ์อื่นไม่เสริมอาหารข้นหรือ? ฉะนั้นหากตั้งบนสมมุติฐานที่ว่ากติกาการประกวดไม่ได้ห้ามเอาไว้ ฉะนั้นวัวประกวดเสริมอาหารข้นทั้งหมดทุกสายพันธ์ ก็ตอบโจทย์ที่ว่าโลว์ไลน์ตอบสนองอาหารข้นได้ดีไม่น้อยกว่าวัวสายพันธ์อื่น หรือพี่ไก่คิดว่า วัวประกวดลูกผสมพันธ์อื่นเสริมอาหารข้นได้ แต่วัวลูกผสมโลว์ไลน์หากเข้าประกวดห้ามเสริมอาหารข้น พี่โยเสียสละเป็นกองหน้า ทดลอง ปรับปรุงพัฒนาสายพันธ์ ผมว่า เราชาววัวควรจะให้กำลังใจพี่โยมากกว่า จะมาติกันว่า ได้รางวัลเพราะเสริมอาหารข้น คนส่งวัวเข้าประกวด เขารู้กันดีเขายังไม่ติกันเรื่องนี้ คนประกวดวัวเท่าที่ผมสัมผัส เขามีน้ำใจนักกีฬากัน รู้แพ้รู้ชนะ รู้อภัย หากดีจริงเขาก็ยอมรับชื่นชม ผมไม่เคยเห็น ฟาร์มไหนเขาติกันด้วยเรื่องนี้เลย ในเมื่อคนในวงการวัวประกวดเขามีน้ำใจนักกีฬากัน แล้วคนอย่างเราๆ ที่ไม่มีปัญญาพัฒนาพันธ์วัวจนชนะประกวด ควรแล้วหรือที่จะมีสิทธิวิจารณ์คนที่เสียสละพัฒนาพันธ์วัวที่ต้องเสียสละทุ่มเททั้งทุน เวลา แรงกาย แรงใจ เสียไปกว่าจะเป็นตัวใช้เวลาหลายปีหากท้อถอยก็ยากที่จะสำเร็จ หากเป็นแบบนี้ต่อไปใครจะกล้าพัฒนาพันธ์วัวแนวทางใหม่ๆ การริเริ่มแนวทางใหม่ๆ มีทั้งสำเร็จและล้มเหลวล้มเหลวแล้วก็ลุกขึ้นสู้ใหม่ได้สักวันหนึ่งก็ต้องสำเร็จ ติกันแบบนี้มันเสียกำลังใจ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญต่อความสำเร็จ เราชาววัวต้องให้กำลังใจคนที่เสียสละเป็นแนวหน้าจนประสบความสำเร็จครับ Smile
เนื่องจากโคพื้นเมืองไม่มีการทําประวัติ ดังนั้นต้องคัดแม่พันธุ์ที่มีโครงสร้างลักษณะดีผสมกับน้ําเชื้อแองกัส เมื่อได้ลูกออกมาเป็นโคลูกผสมแองกัส 50% หรือใช้สัญลักษณ์ว่า F1 ลูกโครุ่นแรกนี้มีโคต้นแบบที่ทดลองเชือดแล้ว 1 ตัว แต่เป็นลูกที่เกิดจากแม่โคนม โดยเชือดเมื่ออายุครบ 24 เดือน น้ําหนักประมาณ 700 กิโลกรัม เป็นโคที่เลี้ยงแบบธรรมดาไม่ได้ขุนเต็มที่ ปรากฎว่าเนื้อที่ได้มีคุณภาพดีมากมีไขมันแทรกในระดับที่น่าพอใจ เนื้อนุ่ม รสชาติดี แต่ข้อมูลเหล่านี้ยังใช้ยืนยันทางวิชาการไม่ได้ ต้องเก็บข้อมูลจากโคจํานวนมากและหาค่าเฉลี่ย เบื้องต้นผลออกมาน่าพอใจ เพราะแค่ลูกผสมก็ให้ผลตอบสนองดีมาก
http://www.thailivestock.com/cattle_handling/%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81
ส่วนเรื่องวัวไทยแบล็ค ในข้อมูลก็บอกอยู่ว่าวัวทดลองเกิดจากแม่วัวนมไม่ใช่วัวไทยพื้นเมือง และกลุ่มตัวอย่างไม่เพียงพอ เอาเป็นว่าวัวไทยขี้แก่น(ที่ไม่ใช่วัวไทยใหญ่)ตัวเล็กๆ ถ้าคลอดลูกวัวตัวใหญ่ๆ ระบบสืบพันธ์คงได้รับความกระทบกระเทือน เรื่องนี้พี่ไก่และชาววัวท่านอื่นๆย่อมทราบดีอยู่แล้ว จากข้อมูลที่ยกมา เป็นไทยแบล็คที่เกิดจากแม่พื้นฐานที่เป็นแม่วัวนม ฉะนั้นไทยแบล็คไม่ได้จำกัดแค่แม่พื้นฐานที่เป็นวัวไทย แม่พื้นฐานจะเป็น วัวลูกผสมบรามันห์ หรือ ชาร์ วัวนม ก็ได้ ไม่ใช่แค่วัวไทย ผมไม่ได้หมายความว่าวัวไทยแบล็กไม่ดี (วัวลูกผสมที่ได้จากแองกัส+บรามันห์,วัวนม ย่อมให้เนื้อคุณภาพสูงอยู่แล้ว) แต่ผมหมายถึงลูกผสมแองกัสที่เกิดจากแม่วัวไทยอาจจะทำให้ระบบสืบพันธ์แม่พื้นฐานที่เป็นวัวไทยมีปัญหาครับ

kwan
User offline. Last seen 7 years 49 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 12/12/2010
Posts: 70
Points: 0

Markonikove wrote:
pv_brahman wrote:
ชอบมากครับถกกันด้วยข้อมูล คนติดตามกระทู้ก็พิจารณาและใช้ดุลยพินิจในการเลี้ยงวัวและพัฒนาวัวกันเอาเองครับ

หัวใจของการพัฒนาก็คือ ต้องดีขึ้นกว่าเดิม เน้นนะครับว่าต้องดีกว่าเดิมที่มีสายพันธุ์อยู่แล้วในบ้านเรานะครับ

ถ้าไม่ดีกว่าเดิมก็ถือว่าไม่พัฒนาใช้ไม่ได้ครับ

จากที่ได้อ่านมาข้างบนนี้ ผมมองคอนเซ็บที่ว่าดีกว่าเดิม ในเส้นทางของโลวไลน์ แบ่งเป็น 2 แนวทาง ซึ่งพอจะสรุบได้คร่าวๆ ดังนี้ ( ไม่ทราบว่าจริงหรือเปล่านะ ทางผู้ดกี่ยวข้องช่วย ชี้ชัดให้ผมอีกทีละกัน เพราะกลัวว่าจะเข้าใจไปเอง ) ....... คือ ......

1. พัฒนางัวให้ตอบสนองต่อแหล่งอาหารที่มีจำกัด เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้อ ต่อ พื้นที่เพาะปลูก สูงขึ้น ( ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกต้องหรือไม่ )

ตัวอย่าง .......... ถ้าเรามีหญ้าวันละ 100 กก. เราจะเลี้ยงบราห์มันได้ 2 ตัว ได้ผลผลิตปีละ 15000 บาทต่อตัวรวมเป็น 30000 บาท
............. ..........ถ้าเลี้ยงงัวแกลบ จะเลี้ยงได้ 3 ตัว ครึ่ง ได้ผลผลิต ตัวละ 8000 บาทต่อตัวรวมเป็น 28000 บาท
........................แต่ถ้าเลี้ยงโลวไลน์ ( พันธุ์แท้ หรือสายเลือด สูงๆ ) จะเลี้ยงได้ 3 ตัว ได้ตัวละ 12000 บาท รวมเป็น 36000 บาท

แต่ในกระบวนการพัฒนา เราก็ต้องเจอสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ก็คือ โลวไลน์ สู้สภาวะแวดล้อมที่รุนแรงไม่ได้เหมือน กับการพัฒนาในสายของงัวอินเดีย ..... ดังนั้นเราต้องผูกติดกับการเลี้ยงแบบ เดียวกับ งัวยุโรปทั่วๆ ใช่หรือไม่ .... และในขณะเดียวกัน เราต้องเจอปัญหากับการขายงัวในตลาด ที่ด้อยกว่าการพัฒนาในสายของยุโรปตัวอื่นๆ ใช่หรือไม่ ...... ดังนั้นเราก็ต้องประเมินความคุ้มค่า ระหว่าง รายได้เพิ่มจากจำนวนงัวที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องขายงัวได้ในราคาที่ถูกลง ( ซึ่งคงไม่มีใครตอบได้ว่าอย่างใหนดีกว่ากัน )

....... เราเลี้ยงบราห์มัน มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และเลี้ยงที่ใหนก็ได้ แต่ได้น้อยกว่า ......
...... เราเลี้ยงยุโรปตัวโตๆ มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าโลวไลน์นิดหน่อย มีขีดจำกัดอยู่ที่ การจัดการฟาร์ม แต่ขายได้ในราคาแต้มต่อที่สูงๆ .......
...... เลี้ยงโลวไลน์ ค่าใช้จ่ายจัดการฟาร์ม สูงกว่ายุโรปตัวโตๆ นิดหน่อย ได้ จำนวนตัวมากกว่า แต่ต้องประสบปัญหาเรื่องการขายไม่ได้ราคาแต้มต่อที่ดีๆ กับเขา ......
.......งั้นถ้าเปรียบเทียบกับ วากิว ล่ะ เพราะ นน. สายพันธุ์ไกล้เคียงกัน ...... โตไกล้เคียงกันหรือเปล่า .... การกินอาหารต่อหญ้า 1 กก.ไกล้เคียงกันหรือเปล่า ..... การจัดการยุ่งยากเหมือนกันหรือเปล่า .... ... มีค่าใช้จ่ายไกล้เคียงกันหรือเปล่า ...... ปริมาณซาก สู้โลวไลน์ได้ไหม ..... แต่ที่แน่ๆ คุณภาพเนื้อเขาดีกว่าแน่นอน ...... และ เขาขายในราคา แต้มต่อที่ดีกว่าแน่นอน ......


http://www.youtube.com/watch?v=0BBE2tOw1YE

ตัวอย่าง .......... ถ้าเรามีหญ้าวันละ 100 กก. เราจะเลี้ยงบราห์มันได้ 2 ตัว ได้ผลผลิตปีละ 15000 บาทต่อตัวรวมเป็น 30000 บาท
............. ..........ถ้าเลี้ยงงัวแกลบ จะเลี้ยงได้ 3 ตัว ครึ่ง ได้ผลผลิต ตัวละ 8000 บาทต่อตัวรวมเป็น 28000 บาท
........................แต่ถ้าเลี้ยงโลวไลน์ ( พันธุ์แท้ หรือสายเลือด สูงๆ ) จะเลี้ยงได้ 3 ตัว ได้ตัวละ 12000 บาท รวมเป็น 36000 บาท

ขอเสริมพี่โกยแนบ นิดครับ ที่พี่โกยแนบยกตัวอย่างมา คือกรณีที่ตัดหญ้าเลี้ยงในรางอาหาร แต่พี่ๆลองดูคลิปวิดีโอ จะเห็นได้ว่าโลว์ไลน์มีจุดเด่นที่ก้มเป็นกินไม่หมดไม่ย้ายที่ทำให้แปลงหญ้าไม่เสียหายมากจากการถูกเหยียบย่ำเสียหายเมื่อเทียบกับวัวสายพันธ์อื่น หากสงสัยอย่างไรต้องไปดูที่ฟาร์มลุงหมาย พื้นที่ 2 ไร่กว่าๆ เลี้ยง แม่วัวโลว์ไลน์พันธ์แท้ได้ 20 ตัว หากเป็นวัวพันธ์อื่นผมว่า 3-4 ตัวก็เหนื่อยแล้วครับ Smile

Counter

  • Visitor Count: 110,917