ท่านคิดเห็นอย่างไรกับราคาเนื้อเขียงที่ทะลุ 200 บาท

ADS. Ranch
User offline. Last seen 7 years 36 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/02/2011
Posts: 174
Points: 0

สืบเนื่องมาจากราคาวัวเนื้อบ้านเราได้ขยับขี้นอย่างต่อเนื่องมาโดยลำดับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตลาดบนและตลาดล่างต่างก็ยังมีแนวโน้มที่จะขยับขึ้นได้อีก ราคาเนื้อเขี้ยงในต่างจังหวัดได้ทะลุโลละ 200 บาทไปเรียบร้อยและนานแล้ว บางแห่งทะลุไปถึงโลละ 240 บาท

ในขณะเดียวกันความต้องการบริโภคก็ยังคงทรงๆไม่ได้ลดลงอย่างเป็นนัยสำคัญเมื่อเทียบกับราคาที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด นั้นหมายถึงราคาจากผู้ผลิตยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นได้อีกตามต้นทุนการผลิต...ตราบใดที่ผู้บริโภคยังไม่ออกปาก

มองว่าช่วงนี้เป็นช่วงต่ำสุดของคนทำเนื้อ (low season) เพราะเป็นฤดูฝนและเข้าพรรษา อาหารอย่างอื่นตามฤดูกาลมีให้เลือกเยอะ ราคาเนื้อเขียงยังยืนเหนือ 200 บาท หากหลังออกพรรษาและเข้าสู่หน้าแล้ง ผู้บริโภคมีทางเลือกน้อยลง ราคาหน้าเขียงก็ยังมีโอกาสขยับได้อีก จึงอยากถามพี่น้องชาววัวทุกท่านว่า

1. ราคาเนื้อเขียงที่เหมาะสมที่ผู้ผลิตและผู้บริโภคจะอยู่กันได้ ควรจะเป็นเท่าไหร่?
2. กับแม่พิ้นฐานที่ประเทศเรามีอยู่ พวกเราในฐานะผู้ผลิตควรจะส่งเสริมและกำหนดทิศทางใดให้แก่เกษตกรไปต่อยอดเพื่อความยั่งยืนและตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค (เคยมีโอกาสโทรคุยกับคุน Kapomka ผู้ผสมเทียมมืออาชีพ พบว่าเนื้อเขียงคุณภาพ ณ ปัจจุบัน พบว่าเหนียวถึงเหนียวมากเป็นส่วนใหญ่และแทบอยากจะเดินหนีออกจากร้าน (ท่านอื่นเห็นเป็นอย่างไรบ้างครับ)) หรือว่าปัจจุบันดีแล้วและไม่จำเป็นต้องพัฒนาอีกต่อไป แต่อยากให้มองถึงส่วนรวมและส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ใชแบบฟาร์มใครฟาร์มมันนะครับ ลองๆเปิดใจกันดูนะครับ

เอาแค่นี้ก่อนนะครับหรือหากท่านใดมีข้อคิดเห็นอะไรดีๆที่จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมก็ยินดีนะครับ ลองๆมาคิดกันเล่นๆดูครับเผื่อความคิดเล็กๆน้อยๆจากพวกเรากลับกลายเป็นพลังสร้างชาติได้บ้างครับ ขอขอบคุณล่วงนี้สำหรับทุกความคิดเห็นครับ

NKC
User offline. Last seen 4 years 50 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/07/2012
Posts: 3114
Points: 0

ขอออกความเห็นแบบคนไม่ค่อยมีความรู้เื่รื่องวัวซักเท่าไหร่นะครับพี่อดิศวร Laughing out loud
ข้อ1ผมไม่ทราบจริงๆครับว่าราคาเนื้อควรอยู่ที่กิโลละเท่าไหร่แต่ก็อยากให้คนที่มีความรู้มาแชร์กันรวมกันเป็นกลุ่มแล้วหาจุดคุ้มทุนจุดกำไรแล้วกำหนดว่าจะต้องกิโลละเท่าไหร่
ข้อ2.ผมว่าควรจะพัฒนาแม่พื้นฐานต่อไปเรื่อยๆครับแล้วเฟ้นหาพันธุกรรมที่ดีเหมาะที่จะเลี้ยงในบ้านเราได้ดีให้ได้ครับ
ข้อ.3อันนี้เป็นความคิดของผมเองนะครับ Laughing out loud ราคาเนื้อเขียงทะลุเพดานมากเกินไปส่วนตัวผมแล้วไม่เห็นด้วยครับ บ้านเราจริงๆน่าจะจับกลุ่มก้อนกันให้ใหญ่หรือเป็นสมาคมเลยก็ได้ครับมีอำนาจในการกำหนดราคาว่าปัจจุบันราคาควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ไม่ใช่ให้นายฮ้อยมากำหนดซึ่งราคามันจะมีมาตรฐานและยุติธรรมกับทุกฝ่ายครับเพราะเนื้อราคาแพงถามว่านายฮ้อยเดือดร้อนมั้ยก็ไม่ใช่เพราะเขาเป็นแค่พ่อค้าคนกลางครับซื้อมาแล้วก็ขายไปแต่ภาระทุกอย่างกับต้องไปตกอยู่กับผู้บริโภคเพราะฉะนั้นผมคิดว่าผู้เลี้ยงวัวถ้ารวมกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่และกำหนดราคาเองผมว่าดีที่สุดครับ Party

ADS. Ranch
User offline. Last seen 7 years 36 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/02/2011
Posts: 174
Points: 0

ขอบคุณครับ ส่วนตัวผมเองในฐานะผู้ผลิต ก็ไม่อยากผลักภาระให้กับผู้บริโภคเช่นกัน แต่ก็อีกนั้นหล่ะ ของดีแล้วถูกก็คงจะหาอยากครับ เราผลิตคนเดียวก็คงจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าจะปล่อยให้เกษตกรผลิตไปตามกระแส คุณภาพเนื้อจริงๆก็จะไม่ได้ แต่สุดท้ายระยะเวลา พื้นที่และต้นทุนในการเลี้ยงพอๆกัน แต่ปริมาณเนื้อและคุณภาพเนื้อที่ได้ไม่เหมือนกัน ยิ่งถ้าคิดต่อหน่วยแล้วยิ่งน่าเสียดายเวลาที่เสียไปครับ

ใช่ครับ การรวมกลุ่มกันผลักดันทิศทางการผลิตที่ควรจะเป็น มองส่วนรวมทั้งระบบเป็นหลัก เป็นหนทางที่จะทำให้วัวเนื้อบ้านเราเดินไปในทิศทางที่ควรจะเป็นได้เร็วขึ้น

ข้อมูลตัวอย่างจากฟาร์มขุนขนาดใหญ่ของต่างประเทศที่ผลิตเนื้อระดับอุตสาหกรรม พบว่าวัวที่เข้าขุนแล้วให้ผลผลิตดีที่สุดคือลูกผสมเลือด 25% แม้ที่อเมริกาเองก็มีข้อมูลคล้ายกันคือเค้าจะผสมข้ามกันไปมา

บาร์มันร้อยอย่านม กลางน้ำ แล้วเข้าขุน คนขุนตายเกือบทุกรายครับ เพราะขุนยังไงก็เต็มโคลงช้า แถมกระดูกใหญ่ จะให้ดีก็ต้องอายุ 3 ปีขี้นไปหรือไม่ก็ระดับพ่อวัวครับ แต่ถ้าเป็นลูกผสมบาร์มันเลือด 75% ขึ้นไปกลับขุนแล้วให้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจและตลาดต้องการสูงมากๆครับ

หรือหากคิดต่อไป ผลิตลูกผสมเลือดยุโรปที่ 25% หรือสูงกว่านี้นิดหน่อย จากแม่พิ้นฐานที่มีอยู่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกผสมผ่านวัวหู ใหญ่ๆ สวยๆ ทั้งน้านนน ซึ่งเป็นการเพิ่มเนื้อเข้าไปและเลี้ยงได้แบบเกษตกรจริงๆ ผมว่าสุดท้ายเราก็จะได้ทั้งคุณภาพและปริมาณของเนื้อเพื่มขึ้นมาเอง ว่ามั๊ยครับ

หรือว่าพวกเราจะต้องมารวมตัวเพื่อชาติโดยตั้งหรือขอสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยมาปัดฝุ่น บริหารเพื่อผลักดันและกำหนดทิศทางที่ควรจะเป็นของโคเนื้อบ้านเรา เพื่อสุดท้ายเราก็จะสามารถกำหนดราคาและต่อรองกันได้ในอนาคต เพื่อนๆว่างัยครับ

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 5 years 51 weeks ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

เนื้อเขียง ที่จริงกลุ่มลูกค้าอาจจะต้องการเนื้อหนึบๆหน่อยก็ได้นะครับ
เอาเนื้อพรีเมี่ยมไปทำน้ำตก คงจะไม่อร่อย

ลูกชิ้น ถ้าไม่มีเลือดไทยๆ ก็คงจะตีไม่ค่อยฟู

ไปตลาดเพื่อนบ้านก็วัวอ้วน ที่ควรจะตอบสนองอาหารดี ขุนแล้วคุ้ม

แต่จะไปตลาดบน แน่นอน เนื้อต้องนุ่มไม่เหนียวและมีมันแทรก

ดังนั้น ตอบคำถามพี่อดิศวรว่า
1. ราคาในตลาดไม่ควรแพงเกินกว่าที่ผู้บริโภคจะหันหนีไปทานหมูไก่ปลา
แต่ราคาขายไม่ควรต่ำจนคนเลี้ยงอยู่ไม่ไหว
หนทางแก้ อาจจะรวมตัวกันขาย เพื่อให้เงินจากพ่อค้าคนกลาง แบ่งมาที่คนเลี้ยงเยอะขึ้น
2. การพัฒนาแม่พื้นฐาน ก็เสริมเนื้อ เสริมอัตราการโต เช่นผสมวัวทุ่งให้เลือดบราห์มันสูงขึ้น
เพราะบราห์มันพันธ์ดี โตเร็วเนื้อเยอะ เปลี่ยนหญ้าหรืออาหารข้นได้คุ้มกว่า
แต่การทำโครงก็ต้องยกให้พวกกลางน้ำที่มีหญ้าต้นทุนต่ำไปเลี้ยง
ส่วนพวกทำตลาดบน ก็สามารถเอาแม่ที่มีเลือดสูงโตเร็ว มาต่อยอดใส่เลือดยุโรป
ก็จะได้ลูกผสมยุโรปที่ให้อาหารไปก็แลกเนื้อได้คุ้มกว่า
ส่วนจะต่อยอดไปทางไหนอีกนั้น ฟาร์มวัวขุนจะเป็นผู้ตอบเราเองครับว่าอะไรที่เขาอยากซื้อที่สุด

ใครถนัดทำตลาดไหนหรืออยู่ตรงไหนของวงจร ก็ว่ากันไปตามถนัดครับ
ขอเพียงแต่รู้ตัวว่าตัวเองจะทำอะไร เพื่ออะไร ก็พอ
Laughing out loud

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

คาวบอยทุ่งหญ้า
User offline. Last seen 5 years 51 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 19/11/2010
Posts: 3873
Points: 0

ผมเองก็เป็นทั้งผู้ผลิดและผู้ซื้อ

ในมุมที่เป็นคนเลี้ยงก็อยากขายวัวให้ได้ราคาดีๆ
ในมุมที่เป็นผู่ซื้อหรือผู้บริโภคก้อยากซื้อในราคาที่ไม่สูงเกินไป

แต่ในทำนองเดียวกันถ้าผู้เลี้ยงขายได้ในราคาที่ยิ้มได้ และผู้ซื้อก็สามารถควักกระเป๋าจ่ายได้ในราคาที่ไม่มีคำถามในใจว่าทำมันมันแพงจัง หรือมะวานยังซื้อราคานี้ แต่ทำไมวันนี้ราคาาเท่านี้ เพราะถ้าผู้บริโภคมีคำถามในใจเมื่อไรแสดงว่ามันผิดปกติ Big smile Big smile

แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทุกอย่างขึ้นอยู่กับค่าครองชีพครับ ถ้าเทียบกับราคาสินค้าทั่วๆไปในปัจจบัน ค่าครองชีพ และตัวแปรอื่นๆ สินค้าเกษตรที่ออกจากมือชาวบ้าน ยังมีราคาต่ำกว่า สินค้าทั่วไปมาก ดังนั้น เนื้อเขียงโลละ200 มันเป็นปกติครับ.....ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ Wink Big smile Big smile

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

NKC
User offline. Last seen 4 years 50 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/07/2012
Posts: 3114
Points: 0

ผมเองเห็นด้วยนะครับว่าปัดฝุ่นสมาคมโคเนื้อใหม่ก็ดีครับ Laughing out loud แต่เราต้องเฟ้นหาสมาชิกที่ตั้งใจทำจริงๆนะครับไม่ใช่แค่มาลงทุนแค่ระยะสั้นก็ไปและพึ่งพาหน่วยงานของรัฐให้น้อยที่สุดหรือไม่พึ่งเลยยิ่งดีครับ Laughing out loud

ADS. Ranch
User offline. Last seen 7 years 36 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/02/2011
Posts: 174
Points: 0

ขอขอบคุณกับทุกความคิดเห็นครับ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดีที่สุด ทุกความคิดเห็นสามารถนำไปต่อยอดได้ครับ แต่กระทู้นี้ขอความคิดเห็นในแบบฉบับของวัวเขียงตลาดล่างนะครับ ไม่ขอแบบตลาดบน เพราะแม่พื้นฐานที่มีอยู่ในมือเกษตกรนั้นมากกว่า 90% เป็นแม่วัวที่ง่ายต่อการต่อยอดไปตลาดล่างครับ ส่วนตลาดบนค่อยมาว่ากันในอีกแบบ เพราะขบวนการผลิตคงแตกต่างกันไป

อุตสาหกรรมเนื้อตลาดล่างในส่วนของ เนื้อเขียงลาบก้อย ลูกชิ้น ตลาดหนังและกระดูก มูลค่ารวมน่าจะราวๆ 2-3 พันล้านบาทต่อปี แต่วัวที่ผลิตได้เองกลับน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับวัวชายแดนพม่าที่ผ่านเข้ามาและบางส่วนก็ส่งต่อลงมาเลย์และขึ้นเวียดนาม น่าเสียดายโอกาสหน๊อ!!!

กลับมาที่วัวบ้านเราต่อล่ะกัน การรวมตัวกันเพื่อให้เข้มแข็งจนสามารถกดดันรัฐบาลและกำหนดราคาได้เองเหมือนหมู ปลา ไก่ และอื่นๆนั้น ในวัวเนื้อตลาดล่างบ้านเราคงเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพราะอะไร? ดูจากสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยสิ ตั้งมาหลายสิบปีแล้วยังไม่ไปไหนมาไหนเลย เพราะอะไรเอ่ย?

ใช่ครับ ถ้าเกษตกรสามารถผลิตลูกวัวแบบเนื้อๆ ที่ตอบสนองต่ออาหารได้ดี อุตสาหกรรมเนื้อบ้านเราก็จะไปได้ดีทั้งคุณถาพและปริมาณ ส่วนตัวผมเชื่อว่าเกษตกรเค้าทำได้ แต่จะมีอะไรล่ะที่จะเป็นแรงจูงใจให้พวกเค้าผลิตวัวอย่างนั้นออกสู่ตลาด?

กลับมาดูราคาเนื้อเขียงในปัจจุบันที่โลละ 240 บาท ราคานี้ผู้บริโภคเริ่มบ่นและหันหาทางเลือกอื่น แต่คนทำเนื้อยังบอกว่ายังมีโอกาสขึ้นอีก ส่วนตัวผมเห็นว่าโลละ 260-280 อาจจะเห็น หากวัวพม่าและควายจากลาวลดน้อยลง หรืออาจจะอยู่ในราคาปัจจุบันนี้ไปอีกนานหากประชากรวัวในบ้านเรามีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น

คิดแล้วก็ใจหายแทนผู้บริโภคครับกับราคาเนื้อเขียงที่ทะลุโลละ 200 บาท ท่านอื่นคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ

ดงประดู่ฟาร์ม
User offline. Last seen 5 years 51 weeks ago. Offline
เจ้าบ้าน
Joined: 24/10/2010
Posts: 12189
Points: 0

ADS. Ranch wrote:
ขอขอบคุณกับทุกความคิดเห็นครับ ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดีที่สุด ทุกความคิดเห็นสามารถนำไปต่อยอดได้ครับ แต่กระทู้นี้ขอความคิดเห็นในแบบฉบับของวัวเขียงตลาดล่างนะครับ ไม่ขอแบบตลาดบน เพราะแม่พื้นฐานที่มีอยู่ในมือเกษตกรนั้นมากกว่า 90% เป็นแม่วัวที่ง่ายต่อการต่อยอดไปตลาดล่างครับ ส่วนตลาดบนค่อยมาว่ากันในอีกแบบ เพราะขบวนการผลิตคงแตกต่างกันไป

อุตสาหกรรมเนื้อตลาดล่างในส่วนของ เนื้อเขียงลาบก้อย ลูกชิ้น ตลาดหนังและกระดูก มูลค่ารวมน่าจะราวๆ 2-3 พันล้านบาทต่อปี แต่วัวที่ผลิตได้เองกลับน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับวัวชายแดนพม่าที่ผ่านเข้ามาและบางส่วนก็ส่งต่อลงมาเลย์และขึ้นเวียดนาม น่าเสียดายโอกาสหน๊อ!!!

กลับมาที่วัวบ้านเราต่อล่ะกัน การรวมตัวกันเพื่อให้เข้มแข็งจนสามารถกดดันรัฐบาลและกำหนดราคาได้เองเหมือนหมู ปลา ไก่ และอื่นๆนั้น ในวัวเนื้อตลาดล่างบ้านเราคงเป็นไปได้ยากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในอีก 5-10 ปีข้างหน้า เพราะอะไร? ดูจากสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทยสิ ตั้งมาหลายสิบปีแล้วยังไม่ไปไหนมาไหนเลย เพราะอะไรเอ่ย?

ใช่ครับ ถ้าเกษตกรสามารถผลิตลูกวัวแบบเนื้อๆ ที่ตอบสนองต่ออาหารได้ดี อุตสาหกรรมเนื้อบ้านเราก็จะไปได้ดีทั้งคุณถาพและปริมาณ ส่วนตัวผมเชื่อว่าเกษตกรเค้าทำได้ แต่จะมีอะไรล่ะที่จะเป็นแรงจูงใจให้พวกเค้าผลิตวัวอย่างนั้นออกสู่ตลาด?

กลับมาดูราคาเนื้อเขียงในปัจจุบันที่โลละ 240 บาท ราคานี้ผู้บริโภคเริ่มบ่นและหันหาทางเลือกอื่น แต่คนทำเนื้อยังบอกว่ายังมีโอกาสขึ้นอีก ส่วนตัวผมเห็นว่าโลละ 260-280 อาจจะเห็น หากวัวพม่าและควายจากลาวลดน้อยลง หรืออาจจะอยู่ในราคาปัจจุบันนี้ไปอีกนานหากประชากรวัวในบ้านเรามีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น

คิดแล้วก็ใจหายแทนผู้บริโภคครับกับราคาเนื้อเขียงที่ทะลุโลละ 200 บาท ท่านอื่นคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ

คาดเดาคำตอบว่า เกษตรกรทำพัฒนาไปแล้วก็ยังถูกพ่อค้าคนกลางกดราคาครับ
แม้ว่าราคาที่เขียงจะขึ้น แต่เกษตรกรอาจจะยังได้น้อย จึงไม่เกิดแรงจูงใจ

ส่วนราคาเนื้อ ผมไม่อยากให้สูงไปเรื่อยๆแบบไม่มีลิมิต เพราะว่า อาจจะส่งผลให้เนื้อนอก (เถื่อนและไม่เถื่อน) ทะลักเข้ามามากขึ้นครับ
Laughing out loud

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

________________

ศรัทธา คือ การเชื่อในสิ่งที่คุณยังไม่เห็น และรางวัลแห่งศรัทธาก็คือ การได้เห็นในสิ่งที่คุณเชื่อ

คอกชูทวี
User offline. Last seen 6 years 14 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 962
Points: 0

ขอแสดงความคิดเห็นเล็กน้อยในฐานะผู้บริโภคและคนเลี้ยงวัวไม่กี่ตัวครับ

ราคาเนื้อเขียงเพิ่มขึ้น แต่คนภริโภคเนื้อก็ยังกัดฟันซื้อ แต่อาจจะทานไม่บ่อย รอให้อยากทานจริงๆค่อยไปจัดหามาสักที ส่วนราคาที่เพิ่มขึ้น ผมคิดว่ากำไรส่วนน้อยที่ผู้เลี้ยงได้หรืออาจจะไม่ได้เลย เนื่องจากวัตถุดิบอาหารสัตว์ราคาเพิ่มขึ้น ส่วนนายฮ้อย และเขียงเนื้อยังได้กำไรเท่าตัว หมายความว่า น้ายฮ้อยซื้อวัวมีชีวิตมาราคาสูงขึ้น เขียงก็ต้องซื้อวัวมีชีวิตสูงขึ้น ก็ต้องขายเนื้อเขียงราคาสูงขึ้น ดังนั้น นายฮ้อยกับเขียงเนื้อกำไรน่าจะคงที่ แต่คนที่รับภาระราคาเพิ่มขึ้นคือผู้บริโภค
ดังนั้น คนเลี้ยงจะต้องลดต้นทุนการเลี้ยง เพื่อให้อยู่ได้และพอมีกำไร และผลิตวัวเนื้อเข้าสู่ตลาดได้มากขึ้น ราคาเนื้อน่าจะลดลง(คิดว่านะครับ)
ส่วนราคาที่จะเพิ่มขึ้นถึง 260-280 บาท อย่างที่พี่อดิศวรว่า ผู้บริโภคก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเพิ่มครับ

________________

***แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง สังคมสงบ***

________________

***แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง สังคมสงบ***

NKC
User offline. Last seen 4 years 50 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/07/2012
Posts: 3114
Points: 0

ผมเห็นด้วยทุกความคิดเลยครับไม่ว่าจะเป็นพี่อดิศวร พี่ไก่ พี่แอ๊ด พี่รุ่ง ถ้าระดมความคิดความสามัคคีผมว่าไปได้ไกลเลยครับ Party

ADS. Ranch
User offline. Last seen 7 years 36 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 06/02/2011
Posts: 174
Points: 0

ขอขอบคุณสำหรับทุกความเห็นอีกครั้งครับ ลองคิดกันไปเล่นๆดูนะครับ เผื่ออันไหนจะเป็นประโยชน์ต่อวงการวัวโดยส่วนรวม ตอนนี้พอจะมองเห็นเป็นลางๆแล้วว่านายฮ้อยและเขียงเนื้อเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ราคาเนื้อสูงขึ้น โดยธรรมชาติแล้ว เมื่อราคาหน้าเขียงสูงขึ้น...ก็ยากที่จะลด

พ่อค้าคนกลาง ในที่นี้หมายถึงนายฮ้อย ถ้าไม่มีนายฮ้อย วงการวัวตลาดล่างคงจะไม่คึกคัก จริงมั๊ย? แน่นอนครับพวกเค้ากดราคาเกษตกร แต่ถ้าเกษตกรรู้ราคาเขียงและมีวัวลักษณะที่ตรงตามความต้องการของตลาด รู้เค้ารู้เรา เกษตกรก็น่าจะคำนวนราคาวัวที่จะขายได้คราวๆ ในระดับหนึ่ง แน่นอนนายฮ้อยถ้าไม่มีกำไรยังไงเค้าก็จะไม่ตกลงซื้อ เมื่อเกษตกรรู้ราคาคราวๆที่ควรจะขายได้ ก็จะเป็นการป้องกันการกดราคาจากนายฮ้อยได้ระดับหนึ่ง เมื่อนายฮ้อยกดไม่ลง กำไรนิดหน่อย เค้าอาจจะตัดสินใจซื้อ คือได้ทั้งสองฝ่าย แต่นายฮ้อยก็ต้องไปฟันกำไรกับเขียงอีก แล้วเขียงก็ต้องทำกำไร แน่นอนครับผู้บริโภคต้องรับภาระกับราคาที่จะสูงขึ้น

กับตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เห็นแล้วนั้นก็คือกลุ่ม 12 Breeders พวกเค้าทำให้เห็นแล้วครับแบบไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ผลิตของดีมีคุณภาพแล้วมาร่วมกันขาย ผมเชื่อว่าหากวันไดที่เกษตกรผลิตวัวเนื้อให้ได้ตามที่ตลาดวัวขุนเค้าต้องการ การที่จะร่วมกันขายเหมือน 12 ฺBreeders ก็เป็นไปได้สูง แต่หากยังคงสะเป่สะป่ะ ทำใครทำมันอยู่อย่างนี้ ก็ยากครับ

การที่จะรวมตัวกันผลิตในระดับมหภาคคงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเกษตกรหรืออย่างเราๆท่านๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้เลย เราต้องรวมด้วยช่วยกันครับ ผมเห็นพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ในนี้มีศักยภาพแทบทุกท่านครับ แต่เพียงยังไม่รวมตัวกันอย่างจริงจัง ยังเป็นแบบเก่งใครเก่งมัน ตลาดใครตลาดมัน ทำใครทำมัน เอามันส์เข้าไว้ ผมเชื่ออีกนั้นแหล่ะว่าสักวันหนึ่งเมื่อถึงจุดๆหนึ่งอาจมารวมตัวกันได้ครับ...

เนื้อเถือนและไม่เุถือน ยังไงก็หยุดไม่ได้ครับคุณไก่ ราคาเนื้อในบ้านเราขึ้นลง เนื้อเถือนเค้าก็จะปรับตัวขึ้นลงตาม เค้าจะมีช่องว่างของราคาอยู่เสมอ แล้วพวกเราจะทำยังไง จะต้องมีสมาคมที่เข็มแข็งและเป็นผู้ออกมากดดันในเรื่องนี้ แต่ก่อนที่จะกดดันได้ต้องมาถามตัวเราเองก่อนว่าเราผลิตกันได้ดีพอแล้วหรือยัง ส่วนเนื้อไม่เถือนกลุ่มผู้ผลิตเนื้อตลาดบนเค้ากระทบครับแต่ไม่มาก แล้วท่านอื่นๆคิดเห็นยังไงบ้างครับ

ปัญหาของเกษตกรรากหญ้าคืออะไร?

Counter

  • Visitor Count: 248,634