ปุ๋ยหมักไม่ต้องพลิกกลับกอง

Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

อ่ามาจากเกษตรพอเพียง โพสโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ความรู้ดีมากๆเลยครับ
รูปประมาณนี้ครับ ติดตามอ่านรายละเอียดแบบเต็มๆได้ที่ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=65928.16




Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

ถ้าแบบย่อๆก็อันนี้ก่อนครับ เวลาถามไปอาจารย์จากแม่โจ้จะตอบทันทีครับ ความรู้ดีมากๆ
ขอขอบคุณ เว็บไซด์เกษตรพอเพียงครับ
เว็บไซด์เพิ่มเติมครับ http://www.prdnorth.in.th/ct/news/viewnews.php?ID=120419164306

การทำปุ๋ยอินทรีย์วิธีนี้ แม่โจ้ตั้งชื่อว่าวิธี "วิศวกรรมแม่โจ้ 1" ครับผม
- วิธีการขึ้นกองปุ๋ยนะครับ
1. นำเศษข้าวโพดหรือฟางข้าว 4 ส่วนกับมูลสัตว์ 1 ส่วนโดยปริมาตร (ถ้าเป็นเศษใบไม้ให้ใช้อัตราส่วน 3 ต่อ 1 โดยปริมาตร) วางเป็นชั้นบาง ๆ สูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร จำนวน 15 - 17 ชั้น รดน้ำแต่ละชั้นให้มีความชื้น ขึ้นกองเป็นรูปสามเหลี่ยมที่มีความสูงไม่ต่ำกว่า 1.50 เมตร ฐานกว้าง 2.5 เมตร ส่วนความยาวของกองจะยาวเท่าไรก็ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณเศษพืชและมูลสัตว์ที่มี ความสำคัญของการที่ต้องทำเป็นชั้นบาง ๆ 15 - 17 ชั้นก็เพื่อให้จุลินทรีย์ที่มีอยู่ในมูลสัตว์ได้ใช้ทั้งธาตุคาร์บอน (มีอยู่ในเศษพืช) และธาตุไนโตรเจน (มีในมูลสัตว์) ในการเจริญเติบโตและสร้างเซลล์ของจุลินทรีย์ ซึ่งจะทำให้การย่อยสลายวัตถุดิบเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว
2. รักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลา (มีค่าประมาณร้อยละ 60 – 70) โดยมี 2 ขั้นตอนดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 รดน้ำภายนอกกองปุ๋ยทุกเช้า (ถ้าฝนตกก็ให้งดขั้นตอนนี้)
ขั้นตอนที่ 2 ใช้ไม้แทงกองปุ๋ยให้เป็นรูลึกถึงข้างล่างแล้วกรอกน้ำลงไป ระยะห่างของรูประมาณ 40 เซนติเมตร ทำขั้นตอนที่สองนี้ 5 ครั้ง ระยะเวลาห่างกัน 10 วัน เมื่อเติมน้ำเสร็จแล้วให้ปิดรูเพื่อไม่ให้สูญเสียความร้อนภายในกองปุ๋ย ขั้นตอนที่สองนี้แม้ว่าอยู่ในช่วงของฤดูฝนก็ยังต้องทำ เพราะน้ำฝนจะไม่สามารถไหลซึมเข้าไปในกองปุ๋ยได้ การที่ฝนไม่สามารถชะล้างเข้าไปในกองปุ๋ยได้เกษตรกรจึงสามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธีนี้ในฤดูฝนได้ด้วย
ภายในเวลา 5 วันแรก กองปุ๋ยจะมีค่าอุณหภูมิสูงขึ้นมาก บางครั้งสูงถึง 70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับกองปุ๋ยที่ทำได้ถูกวิธี ความร้อนสูงนี้เกิดจากกิจกรรมการย่อยสลายของจุลินทรีย์ (จุลินทรีย์มีมากมายและหลากหลายในมูลสัตว์อยู่แล้ว) และความร้อนสูงนี้ยังเป็นสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานของจุลินทรีย์ในกองปุ๋ยอีกด้วย หลังจากนั้นอุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลงจนมีค่าอุณหภูมิปกติที่อายุ 60 วัน
3. เมื่อกองปุ๋ยมีอายุครบ 60 วัน ก็หยุดให้ความชื้น กองปุ๋ยจะมีความสูงเหลือเพียง 1 เมตร แล้วทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งเพื่อให้จุลินทรีย์สงบตัวและไม่ให้เป็นอันตรายต่อรากพืช วิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์ให้แห้งอาจทำโดยทิ้งไว้ในกองเฉยๆ ประมาณ 1 เดือน หรืออาจแผ่กระจายให้มีความหนาประมาณ 20 – 30 ซม. แล้วเกลี่ยไปมา ซึ่งจะแห้งภายในเวลา 3 – 4 วัน สำหรับผู้ที่ต้องการจำหน่ายปุ๋ยอินทรีย์ก็อาจนำปุ๋ยอินทรีย์ที่แห้งแล้วไปตีป่นให้มีขนาดเล็กสม่ำเสมอ ซึ่งจะมีราคาประมาณกิโลกรัมละ 4-7 บาท
กองปุ๋ยที่สูง 1.5 เมตรจะสามารถเก็บกักความร้อนที่เกิดจากปฏิกิริยาการย่อยสลายของจุลินทรีย์เอาไว้ในกองปุ๋ย ความร้อนนี้นอกจากจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับจุลินทรีย์ชนิดชอบความร้อนสูงที่มีในมูลสัตว์แล้ว เมื่อความร้อนนี้ลอยตัวสูงขึ้นจะทำให้อากาศภายนอกที่เย็นกว่าไหลเข้าไปในภายในกองปุ๋ย ซึ่งเกิดจากการพาความร้อนแบบ Chimney Convection อากาศภายนอกที่ไหลหมุนเวียนเข้ากองปุ๋ยนี้ช่วยทำให้เกิดสภาวะการย่อยสลายของจุลินทรีย์แบบใช้อากาศ
- อย่าลืมนะครับ ...... หัวใจสำคัญของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วยวิธีนี้ คือ ต้องรักษาความชื้นภายในกองปุ๋ยให้มีความเหมาะสมอยู่เสมอตลอดเวลาทั้งภายในและภายนอกกองปุ๋ยด้วยวิธีการ 2 ขั้นตอนข้างต้น บริเวณใดที่แห้งเกินไปจุลินทรีย์จะไม่สามารถมีกิจกรรมการย่อยสลายได้ ทำให้วัสดุจะไม่มีการย่อยสลาย กระบวนการอาจใช้เวลานานถึง 6 เดือนถึง 1 ปีก็ได้
- ข้อห้ามของการผลิตปุ๋ยอินทรีย์วิธี “วิศวกรรมแม่โจ้ 1”
1. ห้ามขึ้นเหยียบกองปุ๋ยให้แน่น หรือเอาผ้าคลุมกองปุ๋ย หรือเอาดินปกคลุมด้านบนกองปุ๋ย เพราะจะทำให้อากาศไม่สามารถไหลถ่ายเทได้
2. ห้ามละเลยการดูแลความชื้นทั้ง 2 ขั้นตอน เพราะถ้ากองปุ๋ยแห้งเกินไปจะทำให้ระยะเวลาแล้วเสร็จนานและปุ๋ยอินทรีย์มีคุณภาพต่ำ
3. ห้ามวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไป การวางเศษพืชเป็นชั้นหนาเกินไปจะทำให้จุลินทรีย์ที่มีในมูลสัตว์ไม่สามารถเข้าไปย่อยสลายเศษพืชได้
4. ห้ามทำกองปุ๋ยใต้ต้นไม้ เพราะความร้อนของกองปุ๋ยอาจทำให้ต้นไม้ตายได้
5. ห้ามระบายความร้อนออกจากกองปุ๋ย เพราะความร้อนสูงในกองปุ๋ยจะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดีมากขึ้น และยังช่วยให้เกิดการไหลเวียนของอากาศผ่านกองปุ๋ยอีกด้วย
- เพราะฉะนั้น ใครที่เอาท่อหรือไม่ไผ่เจาะรูมาเสียบกองปุ๋ยแนวดิ่ง แนวนอน ก็ผิดแล้วครับ เพราะที่หวังว่าจะได้อากาศไหลเข้ากองปุ๋ย แต่จะกลายเป็นว่าความร้อนหนีไปจากกองปุ๋ยเสียนี่ พอกองปุ๋ยเย็นจุลินทรีย์ก็เลยทำงานไม่ดี การไหลของอากาศเข้ากองปุ๋ยก็เลยไม่ได้ด้วย
- แถมใครที่มีโรงปุ๋ย มีคอกซีเมนบล็อค ก็ผิดอีกครับ เพราะพออากาศร้อนลอยสูงขึ้น อากาศเย็นด้านข้างจะไหลเข้าแต่เข้าไม่ได้เพราะติดผนังบล็อค จุลินทรีย์ก็เลยไม่ได้อากาศสำหรับการย่อยสลาย
- ใครที่คิดขุดหลุมทำปุ๋ยก็ผิดครับ เพราะอากาศไหลเข้าด้านข้างไม่ได้ แถมพอฝนตกน้ำไปขังในหลุมจะเกิดกลิ่นเหม็นเน่า
- วิธีวิศวกรรมแม่โจ้ 1 เป็นเงื่อนไขการย่อยสลายแบบใช้อากาศ จึงไม่มีทางจะมีกลิ่นเหม็นจากแอมโมเนียหรือแก๊ซไข่เน่า ไม่มีทางที่จะมีแก๊ซมีเทน ไม่มีทางจะเกิดน้ำเสีย หรือดึงดูดแมลงวัน ปุ๋ยอินทรีย์ที่ได้จะมีค่าพีเอชเป็นกลางหรือเป็นด่างอ่อน ๆ พีเอชประมาณ 7-8 ที่เหมาะกับการใช้ของพืช และกระบวนการใช้เวลาสั้นกว่าแบบไม่ใช้อากาศมาก
- การย่อยสลายแบบไม่ใช้อากาศ (ทำน้ำหมัก ทำบ่อไบโอแก๊ซ หรือทำปุ๋ยหมักแต่เอาผ้าคลุม) เราจะได้กลิ่นแก๊ซไข่เน่าเสมอ มีกลิ่นแอมโมเนีย ได้แก๊ซมีเทน มีน้ำเสียเกิดขึ้น ดึงดูดแมลงวัน ผลิตผลจะมีความเป็นกรด พีเอชประมาณ 3-4 (เพราะฉะนั้น เวลานำน้ำหมักชีวภาพไปใช้เราจึงต้องเจือจาง 200 เท่าก่อนใช้ ในขณะที่การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ไม่ต้องเจือจาง แต่ต้องใช้ในปริมาณที่ไม่มากเพราะถ้าใช้มากไป ความเป็นปุ๋ยจะทำให้ต้นไม้ตายได้)

Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

ที่เอามาฝากกันเพราะว่า มูลโคในคอกเรามีปริมาณที่มากมายอยู่แล้ว ถ้าเราสามารถเพิ่มมูลค่าได้
เราก็จะมีรายรับเพิ่มมากขึ้น มาซื้ออาหารให้ลูกๆเรากินไง Big smile Big smile Big smile

Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

จากขี้วัวที่ตักขายกระสอบละ 15 - 20 บาท ถ้าเพิ่มมูลค่าได้ก็เข้าตามสมัยนิยม
ปุยอินทรีย์ชีวภาพ Big smile Big smile Big smile กระสอบละ 150 - 300 บาท
โอ๋พระเจ้าช่วย กล้วยหักมุก Shock Shock Shock

คาวบอยทุ่งหญ้า
User offline. Last seen 4 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 19/11/2010
Posts: 3873
Points: 0

ถึงว่าเห็นThailandranch ในเกษตรพอเพียง Wink Big smile Big smile

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

Anugoon Farm wrote:
ถึงว่าเห็นThailandranch ในเกษตรพอเพียง Wink Big smile Big smile

เว็บไหนให้ความรู้แล้วอ่านรู้เรื่องไปหมดแหละครับบบบบบบบบบบ Big smile Big smile Big smile

คอกเล็กๆของวุ้นเส้น
User offline. Last seen 6 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 17/11/2010
Posts: 111
Points: 0

ขี้วัว ผสมเศษฟาง เศษผัก ตาดแดดตากฝนมาสองปีแล้ว พอจะเรียกว่าปุ๋ยหมักได้ไหมท่านพี่

Thailandranch
User offline. Last seen 7 years 29 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 16/11/2010
Posts: 2505
Points: 0

คอกเล็กๆของวุ้นเส้น wrote:
ขี้วัว ผสมเศษฟาง เศษผัก ตาดแดดตากฝนมาสองปีแล้ว พอจะเรียกว่าปุ๋ยหมักได้ไหมท่านพี่

ท่านอาทลองเอาที่อยู่ในกองออกมาดูว่า ย่อยสลายหรือยัง แบบว่าไม่ค่อยเป็นชิ้นแล้วนะ
จะเรียกว่าปุ๋ยหมักหรือเปล่าอันนี้ตอบไม่ได้เลยครับ จนปัญญาจริงๆครับ Big smile Big smile Big smile
เพราะว่ากองปุ๋ยต้องเกิดความร้อนภายใน เกิดความชื้นรอบๆ
เปรียบได้กับพลังลมปราณภายใน ถูกส่งออกมาภายนอก คล้าย (เล็กเสียวหงษ์ ถ่ายทอดพลังให้แม่นางอิ้งย้ง) Smile Smile Smile

ปล. มั่วอีกแล้ว Tongue Tongue Tongue

navycom
User offline. Last seen 3 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 29/07/2011
Posts: 49
Points: 0

ว้าววววว เเหล่ม

________________

ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน

________________

ความทุกข์ที่เกินทน จะหลอมคนให้ทนทาน

xiaojun
User offline. Last seen 2 years 16 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 10/10/2017
Posts: 5578
Points: 0

Counter

  • Visitor Count: 97,693