มองต่างมุมกับการพัฒนาวัวเนื้อในเมืองไทย

M-Chaivat
User offline. Last seen 7 years 21 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/03/2011
Posts: 144
Points: 0

Wink Wink ผมว่าเราลองมาหาปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเรากันดีกว่าครับ เพื่อนที่มีข้อมูล และท่านผู้รู้ทั้หลาย Big smile พัฒนาวัวเนื้ออย่างไรให้ได้ รูปแบบวัวเนื้อที่ตลาดต้องการ

M-Chaivat
User offline. Last seen 7 years 21 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/03/2011
Posts: 144
Points: 0

Smile Laughing out loud Big smile เอาอีกแล้วๆๆๆ หาเรื่อง ........อย่าพึ่งคิดอคตินะครับ ผมเพียงแต่อยากให้ผู้เลี้ยงวัวในบ้านเรา มองที่ปัญหาของตัวเองก่อน ว่าเป็นอย่างไร และควรจะแก้ไขแบบไหน ......ทุกแบบทุกเรื่องมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งนั้น ......
Smile Smile Laughing out loud Laughing out loud Laughing out loud Big smile Big smile ในความคิดเห็นส่วนตัวของผม สำหรับวัวเนื้อดีทุกสายพันธุ์ แต่ผมจะมามองที่ว่า ตลาดวัวเนื้อในบ้านเราเขาต้องการแบบใหน แล้วกลับมามองวัวเราที่พัฒนาไปสู่จุดนั้น แต่ก็มีฝันในการพัฒนาพันธุ์ในแบบของตัวเอง.....(แบ่งแยกความคิดของตัวเองก่อนจะได้ไม่หลงทาง)
Smile Smile Laughing out loud Party Party ปัญหาที่ผมมักพบกับวัวของตนเองในส่วนของวัวเนื้อ(วัวเลื้ยงคอก..วัวเลี้ยงคน..ถ้าคิดจะเลี้ยงมันอย่างเดียว เราก็คงต้องกินหญ้ากับวัวด้วย)
- ความสมบูรณ์พันธุ์
- อัตราการเจริญเติบโต
- การทนต่อแมลง
- การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ

---------------------------------------------------------------------------------

การศึกษาย่อมมีจุดหมายปลายทาง แต่การเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด

คาวบอยทุ่งหญ้า
User offline. Last seen 4 years 47 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 19/11/2010
Posts: 3873
Points: 0

Big smile ดีเลยครับ พี่ชัยวัตน์เปิดก่อนเลยครับ ผมขอปะติดปะต่อเรื่อง ปัญหา ของผมก่อนนะเดี่ยวตามครับ ... Wink Big smile Big smile

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

________________

ค่ายวัวบ้านนอก อนุกูล ฟาร์ม (AGF)

เลี้ยงสัตว์ที่กินหญ้ายังไงก็ไม่ขาดทุน

....... คาวบอยทุ่งหญ้า.......

tin
User offline. Last seen 5 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 262
Points: 0

ปัญหาของผมที่คิดออกอันแรกคือ การเลี้ยงวัวบ้านเราเหมือนต่างคนต่างเลี้ยง คนขายวัวกับคนต้องการมักจะไม่รู้จักกัน(ขายผ่านพ่อค้าคนกลางเสียมากกว่า) และอีกอันคือ คนเลี้ยงวัวมักจะเลี้ยงวัวไม่ตรงกับความต้องการของคนซื้อเท่าไร Big smile Big smile Big smile

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

netnoom
User offline. Last seen 5 years 28 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 125
Points: 0

มือใหม่หัดเลี้ยง กลัวหลงทางเหมือนกันครับ

เข้ามารอข้อมูล อยู่ครับ

หนุ่ม..ประจวบ ฯ

________________

"เหนื่อยกาย" ไม่ได้แปลว่าทุกข์ "สบาย" ไม่ได้แปลว่ามีความสุข

________________

"เหนื่อยกาย" ไม่ได้แปลว่าทุกข์ "สบาย" ไม่ได้แปลว่ามีความสุข

tin
User offline. Last seen 5 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 262
Points: 0

ขยายความประมาณว่าดังนี้นะครับ
-ผมเลี้ยงวัวบราห์มันร้อยอยู่ก่อนด้วยความชอบส่วนตัว อีกทางหนึ่งก็อยากจะเลี้ยงวัวที่เป็นเนื้อจริงๆและพัฒนาให้มันได้ราคา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายและความอยู่รอดของคอกวัวผม จึงได้เลี้ยงวัวลูกผสมบราห์มันและลูกผสมชโลเล่ย์อยู่ส่วนหนึ่งไม่กี่ตัว
-ปัญหาก็คือถ้าเรามีวัวน้อย ซึ่งหลายๆคอกที่อยู่ในละแวกก็เป็นเช่นเดียวกัน ปีหนึ่งๆจะมีลูกวัวจะขายก็ไม่กี่ตัว ต่างคนต่างเลี้ยงต่างคนต่างขาย ก็ไม่พ้นพ่อค้าวัวมากด พอจะขายแบบให้ได้ราคาแบบที่เราอยากขึ้นตาชั่ง ที่เขารับซื้อแบบนี้ก็ไม่อยู่ใกล้บ้านเรา หากวัวไม่มากเขาก็ไม่มาเอามันกินค่าขนส่งเขา
-ถ้าเราที่เลี้ยงวัวอยู่ในละแวกใกล้ๆกันมารวมกลุ่มกันก็น่าจะดี โดยมีแผนงานร่วมกันไม่ใช่ต่างคนต่างเลี้ยงต่างคนต่างขาย โดยกำหนดสายพันธุ์ที่จะพํฒนาไปเป็นเนื้อให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน โดยเราก็ยังเลี้ยงวัวที่เราชอบอยู่ แล้วก็ยังคัดวัวที่จะเข้าร่วมในโครงการด้วยส่วนหนึ่ง มากน้อยก็แล้วแต่ความต้องการ เมื่อมีวัวจะขายเราก็รวมกันขายคอกละ 2-3 ตัวก็จะได้จำนวนมาก มีศูนย์กลางการรับวัวไว้ โดยร่วมกันกำหนดรูปแบบและการจัดการร่วมกัน คนที่เขาซื้อจริงๆกล้าที่จะมาเอา ซึ่งผมเชื่อว่าเขาก็กล้าที่จะให้ราคาดีๆ เพราะเขาไม่ต้องไปเทียวหาหลายๆที่ อีกอย่างก็คือเมื่อมีกลุ่มที่เข้มแข็งก็สามาถที่จะมีอำนาจต่อรองได้ด้วย แต่การรวมกลุ่มก็เป็นเรื่องยากในทางปฏิบัติ ผมจึงยังถือว่าเป็นปัญหาสำหรับผู้เลี้ยงรายย่อยอยู่
-การรวมกลุ่มยังจะเป็นการร่วมช่วยเหลือกันทั้งในด้านความรู้ วิชาการ ข่าวสาร และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในเรื่องอื่นๆ และการรวมกลุ่มคนหมู่มาก กฏ กติกาต้องแข็งแรง ใครยอมรับกติกาใด้ก็อยู่ในกลุ่ม และทุกคนต้องมีแนวคิดที่จะไม่เอารัดเอาเปรียบกันในกลุ่ม สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ยังเป็นเรื่องยากอยู่ในทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นไปตามลักษณนิสัยทั่วๆไปของคนไทย แบบที่ว่า แยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราตาย
-ดังนั้นในการแก้ปัญหาของผมในเบื้องต้นนี้ ผมคิดว่าหากผมจะเลี้ยงวัวเนื้อ ผมต้องเลี้ยงวัวพันธุ์ที่ตลาดมีความต้องการและราคาดี อีกทั้งต้องให้ได้ในบริมาณมากๆ กำหนดฤดูผสมพันธุ์ให้เหมาะสมเพื่อง่ายต่อการคัดวัวขายเป็นรุ่นๆ และเพื่อเป็นตัวอย่างให้คนละแวกใกล้เคียงสนใจ ร่วมกันพํฒนา อีกทั้งยังคิดที่จะเป็นที่รวบรวมวัวเพื่อจัดจำหน่ายให้ต่อไป ผมคิดอยากทำครับและว่าในโอกาสอันไม่ไกลอาจจะได้เห็นครับ

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

tin
User offline. Last seen 5 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 262
Points: 0

มาถึงประเด็นที่เจ้าของกระทู้ตั้งเรื่องขึ้นมา
-พันธุ์ ณ เวลานี้ก็ต้องวัวที่ให้ไขมันแรกสูงๆ ผมดูจากอัตราการรับซื้อและราคาขายของหลายๆสหกรณ์จะเน้นไปที่ระดับไขมันแทรก ผมยังอยากจะเริ่มต้นที่วัวลูกผสมยุโรปไม่ว่าจะเป็นแองกัสหรือชาโลเล่ย์ ในส่วนตัวผมจะขอเริ่มที่ลูกผสมชโลเลย์เพราะน่าจะจัดหาง่ายกว่า เพราะมีผู้นิยมเลี้ยงมากแล้ว ความต้องการและราคาก็โดนใจครับ โดยไม่น่าจะให้มีสายเลือดยุโรปเกินกว่า 50 เปอร์เซ็น แล้วนำไปผสมข้ามกับวัวเนื้อสายพันธุ์อืน เช่น วาจิวหรือลูกผสมยุโรปที่อื่นๆ เป็นต้นว่า แบรงกัส ในรุ่นต่อๆไปครับ เพื่อดึงลักษณะเด่นของแต่ละสายพันธุ์ ตามคำที่ว่า เมื่อผสมข้ามสายพันธุ์ มักจะได้ อภิชาตบุตร

- ความสมบูรณ์พันธุ์ จากการที่ติดตามจากที่อื่นและที่เลี้ยงอยู่ ความสมบูรณ์พันธุ์ของวัวลูกผสมยุโรปนี้ดีกว่าลูกผสมบราห์มันอยู่พอสมควร
- อัตราการเจริญเติบโต แน่นอนครับต้องดีกว่าลูกผสมบราห์มันแน่ๆ หากเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
- การทนต่อแมลง อันนี้น่าจะเป็นปัญหาที่พบทั่วไปของวัวลูกผสมยุโรป โดยเฉพาะพวกที่มีเลือดสูงๆ ดังนั้นผมว่าควรจะรักษาระดับสายเลือดวัวยุโรปไม่ให้สูงมากนัก
- การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ น่าจะเหมือนกับหัวข้อข้างบน(เรื่องการทนต่อแมลง) แต่มีข้อสังเกตุว่าวัวลูกผสมยุโรปเลือดสูงๆ ถ้าเกิดในประเทศไทยจะสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศในเมืองไทยได้ดี ผมขอยกตัวอย่างเรื่องวัววาจิว(ซึ่งผมถือว่าเป็นวัวเมืองหนาว) วัววาจิวที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย สามารถเลี้ยงในประเทศไทยได้ดีครับ โดยไม่ต้องอยู่ห้องแอร์แต่ก็ยังต้องอยู่ในคอก แต่วัววาจิวที่เกิดในไทย(พันธุ์แท้นะครับ) ซึ่งมีหลายตัวอยู่ที่คอก อ.รังสรรค์ที่ มทส. สามารถปรับตัวเข้ากับภูมิอากาศในประเทศเราได้ดีกว่าวัวที่นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลียครับ Big smile Big smile Big smile Big smile

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

tin
User offline. Last seen 5 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 262
Points: 0

ชื่อกระทู้บอกว่า "มองต่างมุมกับการพัฒนาวัวเนื้อในเมืองไทย" ดังนั้นจึงอยากให้คนมามองต่างมุมเยอะๆครับ จะได้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผมและคนอื่นๆครับ เพราะใกล้เวลาที่จะได้เดินทางฝันแล้วครับ Big smile Big smile Big smile Big smile

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

โกยแนบ วิ่งป่าราบ
User offline. Last seen 6 years 1 week ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 01/04/2011
Posts: 1035
Points: 0

ปัญหาอยู่ที่ ไม่มีใครที่จะพยายาม แยกตลาด ต่างๆออกจากันอย่างชัดเจนนี่สิ
บางคนคิดจะเอามันมารวมกันด้วยซ้ำ

เอาปัญหาผมก่อน
1. ตอนนี้ผมประสบปัญหา เครือข่ายที่จะต่อรองกับลูกค้าโดยตรงเพื่อตัดพ่อค้าคนกลางทิ้งไป พังราบเป็นหน้ากลองมากว่า 5 ปีแล้ว คนเลี้ยงงัวแถวบ้านผมเลิกเลี้ยงกันหมด เพราะรายได้ สู้ประกอบอาชีพอื่นๆไม่ได้ ( บ้านผมการเลี้ยงงัวไล่ทุ่ง เป็นคำตอบที่ติดลบ ไปแล้ว ) และไม่มีเวลาว่างมากพอที่จะมาทิ้งให้กับการเลี้ยงงัวแค่ ตัว สองตัว สู้เอาเวลาไปทำอย่างอื่น คุ้มค่ากว่า
................ ตอนนี้ราคางัวดีขึ้น แต่รายได้ ก็แค่พอๆกันกับการทำอาชีพอื่น แต่เลี้ยงงัวต้องใช้แรงงาน ความเอาใจใส่ และเงินทุนที่สูงกว่ามาก สู้ทำอาชีพอื่นดีกว่า ................
..................... ทางออกของผมคือ ต้องหาเทคโนโลยี ใหม่ๆ ที่ทำให้ ที่ดิน 1 ไร่ เลี้ยงงัวได้หลายๆตัว เพื่อทำเงินได้มากกว่าการเอาที่ดินไปทำไร่ทำนา แล้วหาเครือข่ายใหม่อีกครั้ง และทุกคนก็พร้อม ที่จะกลับมาเลี้ยงใหม่ถ้า ตัวเลขมันดีกว่า ( นโบยตั้งจุดรับซื้อของสมาคมบีฟ น่าสนใจมาก เพราะทุกวันนี้ เราขายงัวไปตัว ละ 15000 บาท คนขุนจะได้งัวเราไปเลี้ยงตกตัวละ 20000 บาทเลยทีเดียว ) ....................
.....................และการจัดการต้องอยู่ในระดับที่เกษตรกรรายย่อย ทำได้ ไม่ใช่เป็นแค่ ฟาร์มในฝัน ที่ทำกำไรในการเลี้ยงงัวเนื้อไม่ได้ ...........

2. กระแสการตลาดแบบ ไม่รับผิดชอบต่อสังคม ..................... มีคนบางกลุ่มพยายาม สร้างกระแส ดีมานด์เทียม ขึ้นเพื่อ ให้ราคางัวบางสายพันธุ์ มันพุ่งทะลักขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ( ไม่ใช่งัวบราซิล ) ..................... อันนี้ คนที่เคย เลี้ยงมาก่อน เขารู้ดีว่าเป็นเช่นไร ............ แต่ผู้เลี้ยงรายใหม่ยังมีเข้ามาเรื่อยๆ ....... และแต่ละคนก็เป็นพวก อีโก สูงๆ หน้าที่การงานดีๆ ใครสอน หรือ บอกอะไรไม่ได้ ทั้งนั้น .................. น่ากลัวมาก

3. คนที่อาสาเข้ามาพัฒนางัวพันธุ์ดี หลงกระแสการตลาด .................. ทำให้ผลิตงัวพันธุ์ดีที่ไม่เป็นที่ต้องการของเรา มีลักษณะบางอย่างที่ งี่เง่าไปหน่อย ไม่สามารถนำมาใช้พัฒนาสายพันธุ์ในฝูงได้ ...................... อันนี้ไม่อยากพูดมาก ขี้เกียจ ทะเลาะกัน ................. แต่บอกให้อย่างเดียวว่า ในปี หนึ่งๆ มีงัว เลือดนอก งัว ET งัวชนะการประกวด งัวดีๆ มากมาย เกิดขึ้น ....................... แต่มีสักกี่ตัว ที่ขายให้เกษตรกรได้บ้าง ................ มีสักกี่ตัวที่ชนะการประกวดแล้ว ขายน้ำเชื้อได้บ้าง ( ร้านวัวดี ต้องขายถังน้ำเชื้อให้มาแล้วกี่ถัง เพราะเจ้าของงัวขายน้ำเชื้อไม่ได้ )
................ แต่ก็ไม่มี บรีดเดอร์ คนใหน เคยถามเกษตรกรเลยว่าต้องการงัวแบบใหน ............. ฝรั่ง เขาซื้องัวพวกคุณไปเลี้ยงหรือไง ถึงเชื่อเขานัก ............... เขามาเลี้ยงงัวในไทยหรือไง ถึงต้องลอกมาตรฐานเขามาใช้ ( ไม่ได้เรื่อง ) ในเมืองไทย .............

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

________________

เด็กเลี้ยงงัวโง่เง่าเต่าตุ่น ที่ไม่รู้จักพัฒนา หัวไม่ค่อยดี แต่ไม่เคยดูถูกรากฐานของตนเอง

M-Chaivat
User offline. Last seen 7 years 21 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/03/2011
Posts: 144
Points: 0

Big smile Laughing out loud Big smile ผมสนับสนุนกับทุกความคิด และเห็นด้วยกับคุณ tin .....ความคิดเห็นของคุณ โกยแนบวิ่งป่าราบ ผมคิดว่าไม่ได้มาตั้งกระทู้ให้ชวนทะเลาะกันหรอกครับ เพียงแต่อยากให้เกษตรกรผู้ที่เลี้ยงวัวมีช่องาทางในการสะท้อนปัญหา และอยากให้นักวิชาการหรือผู้ที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องในการส่งเสริมอาชีพนี้มองไปในทางเดียวกัน ....แต่ก่อนอื่นสิ่งที่ต้องการรู้คือปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆๆ ผมอยากให้พี่น้องเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม ช่วยกันระดมแนวความคิดกันมากๆๆๆ ดีกว่าครับ....ผมเชื่อว่าการได้อ่านได้ศึกษาแนวความคิดที่มองต่างมุม เราน่าจะมองเห็นปัญหาที่แท้จริง และเราก็จะได้แนวทางในการพัฒนาวัวเนื้อในบ้านเราให้เดินไปข้างหน้า

----------------------------------------------------------------------------------------

การศึกษาย่อมมีจุดหมายปลายทาง แต่การเรียนรู้ ไม่มีที่สิ้นสุด

tin
User offline. Last seen 5 years 43 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 18/11/2010
Posts: 262
Points: 0

อัตราการผสมติด
อีกปัญหาหนึ่งของคนเลี้ยงวัวเนื้อทั่วไป คืออัตราการให้ลูกวัวของแต่ละปี หากต้องการปรับปรุงพันธุ์ซึ่งก็คงต้องใช้การบริการผสมเทียมเพราะยังไม่มีพ่อวัวในฝันสำหรับการมาใช้ผสมจริงเพราะราคาคงแพงน่าดู ซึ่งคงจะเกี่ยวข้องอัตราการผสมติดที่ต้องอาศัยปัจจัยต่างๆเหล่านี้
- ความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่วัว นอกจากจะมีมาตามลักษณะประจำตามสายพันธุ์แล้ว ยังมีองค์ประกอบอื่นเช่น อาหารที่ได้คุณภาพ(โภชน)และปริมาณ สภาพแวดล้อมการเลี้ยงดู โรงเรือน การสุขาภิบาล โรคภัยไข้เจ็บ
- ผู้ผสมเทียมเอง
- ความเข้าใจเรื่องการเป็นสัดหรือการจับสัดของผู้เลี้ยงเอง
- อื่นๆ เช่นความแข็งแรงของน้ำเชื้อ ฯลฯ
*** การใช้เทคโนโลยีอื่นๆมาช่วย เช่น การเหนี่ยวนำ ถ้าเราทำเองไม่ไ้ด้ต้องอาศัยคนอื่นก็ต้องเพิ่มรายจ่ายเข้าไปอีกหากทำจำนวนน้อยค่าจะใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวผมว่ายังแพงอยู่ครับ
-และเมื่อมีการผสมติดแล้ว การจัดการดูแลแม่วัวอุ้มท้องให้อยู่รอดปลอดภัยจนถึงคลอดก็เป็นเรื่องสำคัญ

***ซึ่งปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมเห็นว่าที่มีส่วนสำคัญที่สุดผมยกให้ คือเรื่องความสมบูรณ์พันธุ์ของแม่วัวครับ ซึ่งปัญหาที่ผมประสบอยู่ในเรื่องของสมบูรณ์พันธุ์ของแม่วัวคือเรื่องอาหารครับ ด้วยความจำกัดทางด้านพื้นที่ปลูกหญ้าซึ่งไม่ค่อยสัมพันธุ์กับจำนวนวัวเท่าไร จึงต้องหนักไปทางจัดหาอาหารเสริมจากที่อื่นเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเป็นอย่างมาก ผมจะต้องแก้ปัญหาด้วยการพิจารณาปลูกหญ้าที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงทนแล้งและการจัดการน้ำที่ดี รวมถึงการหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในพื้นที่มาผสมอาหารเอง ทดแทนการสั่งซื้อครับ

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

________________

แพ้ ไม่เหมือน ยอมแพ้

Counter

  • Visitor Count: 95,702