แฟชั่น.....บนตัวโค โดย คาวบอย # 37

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

บทความนี้ผมได้รับมาจากอาจารย์ที่เคยสอนวิชาโคเนื้อสมัยเรียนมหา'ลัย ท่านใช้นามปากกาว่า คาวบอย # 37 ซึ่งได้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารโค – กระบือ ปีที่ 15 ฉบับที่ 5 ก.ย. – ต.ค. 35 ผมเห็นว่าบทความนี้มีเนื้อหาที่น่าสนใจ ยังไม่ตกยุคและสามารถนำมาปรับใช้ได้ในยุคปัจจุบัน จึงได้นำมาปัดฝุ่นเรียบเรียงใหม่ให้ทันยุคทันเหตุการณ์ หวังว่าอาจเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านบ้างไม่มากก็น้อยครับ Glasses

ฮาร์แลน ริทชี่ (Harlan Ritchie)

บทความต่อไปนี้ผู้เขียน(คาวบอย # 37) ได้แปลและเรียบเรียงจากบทความซึ่งเขียนโดย วาร์เรน เคสเตอร์ (Warren Kester) ในวารสาร BEEF ฉบับประจำเดือน มกราคม พ.ศ.2535 ซึ่งเคสเตอร์ได้นำคำพูดและข้อคิดของ ฮาร์แลน ริทชี่ (Harlan Ritchie) อาจารย์ประจำภาควิชาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตท ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งในวงการโคเนื้อของสหรัฐอเมริกา จากการบรรยายในงาน North America Limousin Foundation’s Directions Breeders Conference ที่เมืองแมนฮัตตัน มาเรียบเรียง และผู้เขียนเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการโคเนื้อในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่การคัดเลือกและการจัดประกวดโคเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปรับปรุงพันธุ์ อย่างน้อยที่สุดจะได้ทราบประวัติของการเปลี่ยนแปลงและแนวทางการปรับปรุงพันธุ์โคเนื้อของสหรัฐอเมริกา ประเทศที่จัดได้ว่าเป็นผู้นำทางด้านอุตสาหกรรมการเลี้ยงโคเนื้อที่สำคัญของโลกและมักจะมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการทางด้านการเลี้ยงโคเนื้อในประเทศต่างๆ Wink

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

ริทชี่ได้เล่าให้ฟังว่า จากวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันและค่านิยมที่เปลี่ยนแปลงไป มีผลทำให้คนเราพยายามที่จะพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์โคให้มีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไป โดยเมื่อย้อนกลับไปในยุโรปเมื่อราวๆ 250 ปีมาแล้ว เป็นยุคที่คนเราเลี้ยงโคไว้เพื่อจุดประสงค์ 2 อย่าง คือ เพื่อใช้แรงงานและเพื่อรีดนม ดังนั้นโคในยุคนั้นจึงมีขนาดค่อนข้างใหญ่ ผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุมาก มัดกล้ามเนื้อไม่เด่นชัด ตลอดจนมีขนาดและน้ำหนักที่จะส่งไปโรงฆ่าได้เมื่ออายุมากหรือโดยเฉลี่ย 3 – 5 ปี จากหลักฐานที่พอจะอ้างถึงได้ก็คือ ภาพวาดของแม่โคพันธุ์เฮียร์ฟอร์ดที่ชื่อ ซิลเวอร์ (Silver) ในปี ค.ศ.1742 และโคสาวพันธุ์ช็อร์ตฮอร์นอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นแฝดเกิดคู่กับโคเพศผู้ หรือที่เรียกว่า ฟรี มาร์ติน (Free martin) Smile

แม่โคตัวนี้มีน้ำหนักถึง 2,800 ปอนด์ (1,244 กก.) ซึ่งในช่วงปี ค.ศ.1806 โคตัวนี้ถูกนำไปโชว์ในที่ต่างๆทั่วยุโรป อันเนื่องมาจากเป็นโคที่มีขนาดใหญ่ (มีน้ำหนักซาก 1,820 ปอนด์ หรือประมาณ 809 กก.) Shock

ฟรี มาร์ติน (Free martin) คือ ลักษณะแฝดต่างเพศ โดยปกติลูกโคเพศเมียจะเป็นหมัน เพราะได้รับทั้งเลือดและฮอร์โมนเพศผู้จากคู่แฝดตั้งแต่เมื่อครั้งอยู่ในท้องแม่ด้วยกัน Wink

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

หลังจากนั้นแนวคิดของนักปรับปรุงพันธุ์สัตว์ได้เริ่มเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษเริ่มมุ่งเน้นปรับปรุงให้โคมีขนาดโครงร่างที่เล็กลง ผสมพันธุ์ได้เร็วขึ้น เน้นการให้เนื้อมากกว่าเก่า เพราะฉะนั้นโคจึงมีความหนาของลำตัวเพิ่มขึ้น มีมัดกล้ามเนื้อที่เด่นชัด และที่สำคัญคือ สามารถส่งตลาดได้เร็วขึ้นแม้ว่าจะมีขนาดเล็กลงก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มขึ้นในช่วงตั้งแต่ปี ค.ศ.1800 เป็นต้นมา ติดต่อไปจนถึงปี ค.ศ.1950 จากประเทศอังกฤษไปสู่ประเทศต่างๆ ทั่วทวีปยุโรป ซึ่งในช่วงต้นๆ การเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไป Laughing out loud

จนกระทั่งในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1930 – 1950 เป็นช่วงที่การเปลี่ยนแปลงต่างๆทั่วทวีปยุโรปเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่หลังปี ค.ศ.1969 เป็นต้นมา แนวความคิดจึงได้เริ่มเปลี่ยนไปอีก โดยกลับมามุ่งเน้นที่โครงร่างใหญ่อีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้จะแตกต่างไปจากโคในสมัยอดีต กล่าวคือ ความหนาของลำตัวและมัดกล้ามเนื้อที่เด่นชัดจะต้องมีด้วย ไม่ใช่ใหญ่แต่โครงเพียงอย่างเดียว และที่สำคัญก็คือ จะต้องมีเนื้อแดงมาก คุณภาพซากต่ำลง(ไขมันน้อย) ซึ่งความนิยมนี้มีอยู่จนถึงปัจจุบัน Wink


จากภาพ : ในปี ค.ศ.1867 โคขุนเพศผู้ชื่อ แบล๊ค ปริ๊นซ์ (Black Prince) คว้าตำแหน่งโคยอดเยี่ยม จากงานประกวดที่สมิทฟิลด์ มีอายุ 4 ปี มีน้ำหนัก 2,200 ปอนด์ (1,000 กก.) โดยมีคนเคยกล่าวไว้ว่า "คนตัวเตี้ยจะต้อนปีนบันไดขึ้นไปถึงจะเห็นหลังของมัน" Glasses

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

ทีนี้ลองมาดูการเลี้ยงโคเนื้อในสหรัฐอเมริกากันบ้าง ซึ่งริทชี่ได้สรุปให้ฟังว่า ได้เริ่มต้นและขยายตัวในแถบตะวันตกจากการนำโคพันธุ์ลองฮอร์น(Longhorn) ซึ่งมีจุดเด่นคือลักษณะเขายาวของประเทศสเปนเข้ามาจากประเทศเม็กซิโก โดยฝูงแรกถูกไล่ต้อนนำเข้ามาในปี ค.ศ.1690 มีจำนวนประมาณ 200 ตัว หลังจากนั้นก็เข้ามาเรื่อยๆ และการเลี้ยงก็ได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น Shock

สำหรับโคพันธุ์หลักๆ โดยเฉพาะจากอังกฤษก็ถูกนำเข้ามาอีกในภายหลังเพื่อใช้ในการปรับปรุงพันธุ์ โดยเริ่มจากในปี ค.ศ.1783 ได้นำเข้าโคพันธุ์ช็อร์ตฮอร์น(Shorthorn) ในปี ค.ศ.1817 ได้นำเข้าโคพันธุ์เฮียร์ฟอร์ด(Hereford) ในปี ค.ศ.1873 ได้นำเข้าโคพันธุ์แองกัส(Aberdeen Angus) และในปี ค.ศ.1896 ได้นำเข้าโคพันธุ์ซิมเมนทอล(Simmental) ตามลำดับ Smile



การปรับปรุงพันธุ์ได้เริ่มขึ้นอย่างกว้างขวางหลังจากที่สงครามกลางเมืองได้ยุติลง ซึ่งส่งผลให้ความต้องการเนื้อโคมีสูงขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ จากโคพันธุ์ลองฮอร์นที่ให้ผลผลิตน้อยและเนื้อมีคุณภาพไม่ค่อยดีนัก การผสมข้ามพันธุ์กับโคพันธุ์ช็อร์ตฮอร์น, เฮียร์ฟอร์ด และแองกัส เพื่อปรับปรุงจึงได้เกิดขึ้น ซึ่งโคเนื้อพันธุ์ต่างๆเหล่านี้นับว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมาก ดังนั้นผู้เลี้ยงและนักปรับปรุงพันธุ์สัตว์จึงได้รวมตัวกันจัดตั้งสมาคมผู้เลี้ยงโคพันธุ์ต่างๆ โดยเริ่มจากในปี ค.ศ.1881 ก่อตั้งสมาคมโคพันธุ์ช็อร์ตฮอร์น ในปี ค.ศ.1882 ก่อตั้งสมาคมโคพันธุ์แองกัส ในปี ค.ศ.1883 ก่อตั้งสมาคมโคพันธุ์เฮียร์ฟอร์ด และในปี ค.ศ.1900 ก่อตั้งสมาคมโคพันธุ์โพลเฮียร์ฟอร์ด ตามลำดับ Wink

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

อย่างไรก็ตามแนวโน้มของการคัดเลือกและความนิยมเกี่ยวกับรูปร่างและลักษณะของโคเนื้อในอเมริกาปรากฏว่าเป็นไปในแนวเดียวกับที่ปฏิบัติกันอยู่ในแถบยุโรป กล่าวคือในช่วงหลังจากปี ค.ศ.1800 เป็นต้นมา ผู้เลี้ยงนิยมคัดเลือกโคที่มีโครงร่างเล็ก โดยริทชี่ได้ยกตัวอย่างให้เห็นจากพ่อโคพันธุ์แองกัสที่ชื่อ แอนไซตี้ ที่ 4 (Anxiety 4th) ที่นำเข้ามาจากประเทศอังกฤษในปี ค.ศ.1882 โดย ชาร์ลส กั๊ดเจลล์ (Charles Gudgell) และ ที. เอ. ซิมป์สัน (T.A. Simpson) โดยเป็นโคที่มีรูปร่างเตี้ย หนา และผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุยังน้อย ผนวกกับได้เริ่มมีการจัดการแสดงพันธุ์สัตว์ในระดับนานาชาติ (The International Livestock Exposition) ซึ่งจัดให้มีขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1900 ที่เมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันในเรื่องค่านิยมและแนวความคิดเกี่ยวกับรูปร่างของโคเนื้อและทิศทางการปรับปรุงพันธุ์ ดังจะเห็นได้จากโคที่ได้รับตำแหน่งโคยอดเยี่ยม(Grand Champion) ในครั้งแรกมีน้ำหนักเพียง 1,430 ปอนด์ (635 กก.) อายุ 25 เดือน Smile

ในปี ค.ศ.1904 โคเพศผู้ชื่อ เคลียร์ เลค จูท (Clear Lake Jute) ได้เป็นโคยอดเยี่ยม โดยมีน้ำหนัก 1,895 ปอนด์ (842 กก.) อายุ 38 เดือน นับว่าเป็นโคเพศผู้ตอน หรือ โคขุน (Steer) ที่มีขนาดใหญ่รูปร่างดี โดยที่ก่อนหน้านี้ในปี ค.ศ.1902 ขณะที่มีอายุ 14 เดือน มีน้ำหนักถึง 1,050 ปอนด์ (467 กก.) และในปี ค.ศ.1903 ก็ได้เป็นรองโคยอดเยี่ยม(Reserve Grand Champion) ในขณะที่มีอายุ 26 เดือน มีน้ำหนักถึง 1,624 ปอนด์ (722 กก.) ริทชี่ได้ให้ข้อสังเกตว่า เจ้าของโคที่ชนะเลิศการประกวด มักจะใช้ฟางปูรองพื้นเพื่อให้โคดูเตี้ย เมื่อถ่ายรูปออกมา Laughing out loud

ในปี ค.ศ.1937 โคยอดเยี่ยมประเภทโคขุน (Steer) จากการประกวดในระดับนานาชาติ เป็นโคพันธุ์ช็อร์ตฮอร์น อายุ 1 ปี มีน้ำหนักเพียง 1,100 ปอนด์ (489 กก.) ซึ่งหนักเพียงครึ่งหนึ่งของพ่อโคอายุ 3 – 4 ปี ที่ชนะเลิศการประกวดที่เมืองสมิธฟิลด์(Smithfield) เมื่อช่วงระยะเวลาประมาณ 100 ปี ก่อนหน้านี้ Big smile


จากภาพ : ในปี ค.ศ.1900 โคเพศผู้ชื่อ แอ๊ดวานซ์ (Advance) ได้รับตำแหน่งแกรนด์แชมป์ฯ ประเภทโคขุน จากงานแสดงพันธุ์สัตว์ในระดับนานาชาติ (International Livestock Exposition) ที่เมืองชิคาโก้ ประเทศสหรัฐอเมริกา มีอายุ 25 เดือน มีน้ำหนักเพียง 1,430 ปอนด์ (635 กก.) Glasses

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

ในปี ค.ศ.1940 เป็นช่วงที่เน้นในเรื่องโคที่มีโครงร่างเล็ก เตี้ย และผสมพันธุ์ได้เร็วกันเป็นอย่างมาก และในปี ค.ศ.1945 พ่อโคที่ชื่อ ทู โมเดล (To Model) ที่ชนะเลิศการประกวดในงาน National Western Grand Champion ที่เมืองเดนเวอร์ มีน้ำหนักเพียง 935 ปอนด์ (416 กก.) ในปี ค.ศ.1948 โคเพศผู้ชื่อ ปริ๊นซ์ ซันบีม ที่ 249 (Prince Sunbeam 249th) ได้เป็นโคยอดเยี่ยมจากการประกวดโคระดับนานาชาติในงาน International Grand Champion ซึ่งเป็นโคที่ค่อนข้างเตี้ยมากๆ จนกระทั่งหนังหุ้มลึงค์(Sheath) เกือบจะแตะถึงพื้น และในปีเดียวกันนี้เองที่งานประกวดโคที่เมืองเดนเวอร์ โคยอดเยี่ยมที่ชื่อ เออร์นี่ (Ernie) มีน้ำหนักเพียง 895 ปอนด์ (398 กก.) ยิ่งเป็นโคที่มีรูปร่างค่อนข้างเตี้ยมาก เพราะสูงเพียงแค่แนวเข็มขัดเท่านั้นเอง Shock

ปริ๊นซ์ ซันบีม ที่ 249 (Prince Sunbeam 249th) Crazy

ในปี ค.ศ.1953 พ่อโคที่ชื่อ เดอะ สต๊อคกิ้ง สตั๊ฟเฟอร์ (The Stocking Stuffer) หรืออีกฉายาหนึ่งคือ ดุ๊ค ออฟ เวย์น โนลส์ (Duke of Wayne Knolls) จัดได้ว่าเป็นโคโครงร่างเล็ก(เตี้ย ตัน หนา) ที่มีน้ำหนักมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กล่าวคือ มีน้ำหนัก 1,950 ปอนด์ (867 กก.) สูง 47.5 นิ้ว (ความสูงที่สะโพก หรือ Hip Height) คะแนนโครงร่าง = 2 Laughing out loud

ในปี ค.ศ.1955 พ่อโคจากรัฐมิชิแกน ขื่อ ช็อร์ต ช็อร์ตเตอร์ (Short Shorter) หรือ ไอ้เตี้ย สูงเพียง 41 นิ้ว อายุ 18 เดือน โดยที่คะแนนโครงร่างน่าจะต่ำกว่า 0.5 Wink


จากภาพ : ในปี ค.ศ.1945 โคเพศผู้ชื่อ ทู โมเดล (To Model) ได้รับตำแหน่งแกรนด์แชมป์ฯ ประเภทโคขุน จากงานประกวดที่เมืองเดนเวอร์ มีน้ำหนักเพียง 935 ปอนด์ (416 กก.) ในเวลาต่อมาขนาดโครงร่างที่เล็กและความสมบูรณ์พันธุ์ที่เร็วก็ได้กลายมาเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมระหว่างช่วงปี ค.ศ.1940 - 1950 Love

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

Baansuan_Ranch
User offline. Last seen 7 years 36 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 09/11/2010
Posts: 1632
Points: 0

Laughing out loud Laughing out loud

like++++

Big smile Big smile

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

________________

ติดตามผลงานได้ที่.. https://www.facebook.com/TBFMagazine มันหมักยีสต์Byบ้านสวน https://www.facebook.com/ManmakYist

pptt
User offline. Last seen 8 years 33 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 30/11/2010
Posts: 628
Points: 0

ควมรู้ล้วนๆครับน้องหนึ่ง ขอบคุณครับ

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

ผลจากค่านิยมดังกล่าวที่ได้ขยายตัวไปกว้างผนวกกับการจัดการประกวดและแข่งขันกันอย่างเอาจริงเอาจังโดยสม่ำเสมอ และติดต่อกันเป็นเวลานานหลายสิบปี ผลที่ได้คือ โคเนื้อที่เลี้ยงกันในอเมริกาขณะนั้นแทบจะกลายเป็นโคแคระ และถ้ามองในแง่ของพันธุกรรมของลักษณะที่ดีโดยเฉพาะในเรื่องของการเจริญเติบโต ถือได้ว่าเกือบจะถูกทำลายจนหมดสิ้นก็ว่าได้ จนกระทั่งมาถึงจุดที่ผู้เลี้ยงและนักปรับปรุงพันธุ์สัตว์เริ่มมองเห็นว่าสายเลือดของโคที่มีอยู่ ถ้ายังคงขืนใช้ต่อไปคงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น(ถึงจุดอิ่มตัว) Stare

ดังนั้นจึงเริ่มมองหาโคจากทวีปยุโรปและจากแหล่งอื่นๆ เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงสายเลือดโดยเฉพาะในเรื่องของโครงร่างและการเจริญเติบโต และแล้วจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ยุติลง เกิดภาวะล้นตลาดของธัญพืช และไม่มีทางที่จะระบายออกนอกจากจะนำไปใช้ในการขุนโค อุตสาหกรรมการขุนโคจึงได้เกิดขึ้นในอเมริกา และเพื่อให้สอดคล้องไปกับระบบอุตสาหกรรมการขุนโค หลังปี ค.ศ.1960 เป็นต้นมา ผู้เลี้ยงโคเนื้อเริ่มเปลี่ยนแนวความคิดโดยมุ่งเน้นการปรับปรุงพันธุ์โคให้มีโครงร่างใหญ่ การเจริญเติบโตดี มีคุณภาพซากสูง(ไขมันมาก) Smile

โดยในปี ค.ศ.1965 กระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา หรือ USDA ได้ตั้งมาตรฐานของเกรดเนื้อโคขุน(Yield Grade) โดยเน้นไปที่ปริมาณไขมัน ไขมันหุ้มซากหนา ไขมันแทรกสูง ซึ่งขณะนั้นโคขุนที่มีสายเลือดโคพันธุ์ชาโรเล่ส์(Charolais) จะได้รับความนิยมสูงมาก ซากได้คุณภาพตามที่กำหนด และที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกก็คือในวันที่ 25 ตุลาคม ค.ศ.1969 โคขุนจากมหาวิทยาลัยแคนซัส สเตท ชื่อ โคโนโค่ (Conoco) ของ ดร. ดอน กู๊ด (Dr.Don Good) ชนะเลิศการประกวดและเป็นโคยอดเยี่ยมประเภทโคขุน จากการประกวดที่ชิคาโก้ จัดเป็นโคลูกผสมตัวแรกที่ชนะเลิศการประกวด โดยเป็นโคลูกผสมระหว่างชาโรเล่ส์และแองกัส มีน้ำหนัก 1,250 ปอนด์ (556 กก.) เกรดซากระดับ 2 เกรดเนื้ออยู่ในเกรด Choice โดยที่ริทชี่ได้ย้ำว่า ถ้าดูรูปร่างโคตัวนี้ให้ดีแล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นโคที่มีรูปร่างดีมาก โดยเฉพาะเมื่อมองในแง่การให้เนื้อ เมื่อเทียบกับโคขุนตอนนี้ทั้งๆที่เป็นเวลา 23 ปีมาแล้ว Glasses

จากภาพ : โคเพศผู้ชื่อ โคโนโค่ (Conoco) ชนะเลิศการประกวดและเป็นโคยอดเยี่ยมประเภทโคขุน จากการประกวดที่ชิคาโก้ จัดเป็นโคลูกผสมตัวแรกที่ชนะเลิศการประกวด โดยเป็นโคลูกผสมระหว่างชาโรเล่ส์และแองกัส มีน้ำหนัก 1,250 ปอนด์ (556 กก.) Love

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

ต่อจากนั้นพ่อโคพันธุ์แองกัสชื่อ เกรท นอร์ธเทิร์น (Great Northern) ของ ดร.โรเบิร์ต โททูเส็ก (Dr.Robert Totusek) จากมหาวิทยาลัยโอคลาโฮมา สเตท ได้ชนะเลิศการประกวดและได้เป็นแชมป์ พ่อโคเกรท นอร์ธเทิร์น เป็นโคที่มีโครงร่างใหญ่ ลำตัวแคบ ไม่ลึก แต่หนา ตลอดจนมีมัดกล้ามเนื้อที่เด่นชัด จึงจัดเป็นโคที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อแนวทางการคัดเลือกและปรับปรุงพันธุ์สำหรับโคเนื้อในยุคใหม่ Laughing out loud

โคยอดเยี่ยม ประเภทโคขุน จากงาน Houston Livestock Show and Rodeo ปี ค.ศ.1984 Smile

ซึ่งบูมจนถึงขีดสุดในช่วงปี ค.ศ.1986 เพราะพ่อโคแกรนด์แชมป์จากการประกวดในงาน Grand Champion National Western Bull ซึ่งมีชื่อว่า คอบเบิ้ล พอนด์ นิวยอร์กเกอร์ (Cobble Pond New Yorker) มีความสูงถึง 65 นิ้ว (วัดจากตำแหน่ง Hip Height) อายุ 35 เดือน มีน้ำหนัก 2,529 ปอนด์ (1,124 กก.) ด้วยเหตุนี้เอง หลังจากปี ค.ศ.1986 เป็นต้นมา จึงมักพบเสมอว่าโคเนื้อส่วนใหญ่มีโครงร่างที่สูงใหญ่และสูงกว่าคนเสียด้วยซ้ำ Shock

คอบเบิ้ล พอนด์ นิวยอร์กเกอร์ (Cobble Pond New Yorker) Crazy

ความนิยมนี้มิได้จำเพาะเจาะจงอยู่ที่พ่อแม่พันธุ์ หรือโคที่ส่งเข้าประกวดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโคขุนอีกด้วย ริทชี่ได้ชี้ให้เห็นผลของการเปลี่ยนแปลง ดังไปนี้ Glasses
-น้ำหนักซากของโคขุนเพิ่มขึ้น 15% จาก 646 ปอนด์ (287 กก.) เป็น 742 ปอนด์ (330 กก.) ในช่วงปี ค.ศ.1965 – 1989
-น้ำหนักหย่านม (Steer Weaning Weight) เพิ่มจาก 456 ปอนด์ (203 กก.) เป็น 524 ปอนด์ (233 กก.) ในช่วงปี ค.ศ.1975 – 1989
-ปริมาณเนื้อที่ได้จากแม่โค 1 ตัว เพิ่มขึ้น 25% ในช่วง 14 ปี จาก 421 ปอนด์ (187 กก.) เป็น 528 ปอนด์ (235 กก.)

โคยอดเยี่ยม ประเภทโคขุน จากงาน National Western Stock Show and Rodeo เมืองเดนเวอร์ ปี ค.ศ.1988 Wink

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

cowboy62
User offline. Last seen 5 years 48 weeks ago. Offline
เจ้าของฟาร์ม
Joined: 21/12/2010
Posts: 2594
Points: 0

จากการเอาจริงเอาจังในเรื่องของการคัดเลือกโดยเฉพาะในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นที่โครงร่างและการให้เนื้อแดงมาก (Lean Meat) เพื่อสอดคล้องกับอุตสาหกรรมการขุนโคและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนรสนิยมมาบริโภคเนื้อที่มีปริมาณไขมันต่ำ ดังนั้นเมื่อกล่าวโดยสรุปลักษณะที่เน้นในการคัดเลือกก็คือ โคที่มีโครงร่างอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง โดยไม่ต้องใหญ่มากนัก จะผสมพันธุ์ได้เร็ว เพราะโคที่มีขนาดใหญ่มากๆ มักจะมีอายุเป็นหนุ่มเป็นสาวที่มาก หรือผสมพันธุ์ได้เมื่ออายุมาก หรือถ้าเป็นโคขุนจะส่งตลาดได้ช้ากว่า ลำตัวยาวหนา แต่ไม่ลึก มัดกล้ามเนื้อเด่นชัด จึงทำให้ได้ซากที่มีน้ำหนักมาก เนื้อแดงมาก แต่ไขมันต่ำ ตลอดจนเสียค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูต่ำอีกด้วย Glasses


จากภาพ : โคยอดเยี่ยม ประเภทโคขุน จากงาน Houston Livestock Show and Rodeo ปี ค.ศ.2012 มีโครงร่างอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง กล้ามเนื้อเด่นชัด คุณภาพซากสูง มีน้ำหนัก 1,288 ปอนด์ (585 กก.) เกรดเนื้ออยู่ในเกรด Choice เกรดซากระดับ 2 Wink

2012 Grand Champion Junior Market Steer Glasses

-Exhibitor: Kannon Acker, 15
-Hometown: New Braunfels, Texas
-Club/Chapter: Canyon FFA
-Breed: Charolais
-Price: $460,000
-Buyers: Philip and Denise Bahr; Champagne Cowgirls; Wallis and Dee Dee Marsh; and Paul Somerville and Kristina Hornberger
-World's Record: $600,001 in 2002

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

________________

จะมีสักกี่ครุยที่ลุยโคลน...Stockmanship

Counter

  • Visitor Count: 71,139